ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

Mulan มู่หลาน (2020) [ พากย์ไทย บรรยายไทย ]

ดูหนังMulan มู่หลาน (2020) เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น , หนังผจญภัย , หนังดราม่า

เรื่องย่อ : Mulan มู่หลาน (2020) [ พากย์ไทย บรรยายไทย ]

เรื่องย่อ: Mulan มู่หลาน (2020)
เรื่องราวของมู่หลาน หญิงสาวผู้เป็นความหวังของสกุลฮัว ที่หมายมั่นว่าเธอจะได้สามีที่ดีเพื่อเป็นเกียรติศักดิ์ศรีแก่ตระกูล แต่แล้วมู่หลานกลับไม่เป็นที่ถูกใจของแม่สื่อทำให้เธอและครอบครัวต้องอับอาย ในขณะเดียวกันศัตรูได้รุกรานแผ่นดินจีน องค์ฮ่องเต้ได้ประกาศให้ตัวแทนจากทุกครอบครัวเข้าร่วมเป็นทหารแต่ สกุลฮัว มีเพียงพ่อผู้ชราและมีอาการป่วยทำให้มู่หลานต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเข้าร่วมกองทัพแทนพ่อ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่และได้รับการกล่าวขานเป็นตำนานแห่งวีรสตรีของแผ่นดินมังกร

 หนังสร้างจาก ฉบับแอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถกวาดรายได้ 304 ล้านดอลล่าร์สหรัฐและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสก้าร์และลูกโลกทองคำในสาขา Best Original Song ซึ่งฉบับ Live Acion นี้ ได้  หลิวอี้เฟย รับบท มู่หลาน ,Donnie Yen มาเป็นท่านแม่ทัพ, Jet Li เป็นองค์มหาจักรพรรดิ,Jason Scott Lee,Li Gong, Yoson An  ที่คาดว่าเขาจะกลับมารับบทเป็นตัวเอกฝั่งชายของเรื่องด้วย

IMDB : tt4566758

คะแนน : 5.4

รับชม : 47069 ครั้ง

เล่น : 20341 ครั้ง



อย่างแรกเลย MULAN (2020) ปูความสัมพันธ์ครอบครัวหรือพ่อ-ลูกได้ลึกซึ้งกว่าเวอร์ชั่นแอนิเมชั่น โดยส่วนตัวเราน้ำตาไหลและจุกอกตั้งแต่ prologue 5 นาทีแรก (ช่วงอินโทรฯ ก่อนจะขึ้นชื่อหนัง) เราเห็นแววตาของพ่อของ Mulan (Tzi Ma) ที่แอบภูมิใจในตัวลูกสาวที่มีความกล้าหาญและมีลมปราณ (“chi” หรือ “force” ที่คล้าย ๆ พลังของ Jedi) แข็งกล้า แต่ต้องไม่แสดงออกและต้องบอกให้ลูกสาวเก็บซ่อนมันไว้ เพราะค่านิยมของคนในสังคมนั้นคือ ผู้ชายเท่านั้นที่จะมีและใช้ “chi” ได้ ผู้ชายเท่านั้นที่จะเป็นทหาร ไปรบ และนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลได้ ผู้ชายมี “chi”.จะได้เรียกว่า “นักรบ” หรือ “warrior” ส่วนผู้หญิง ถ้ามี “chi” จะถูกตราหน้าว่าเป็น “แม่มด” หรือ “witch” โดยหน้าที่ของลูกผู้หญิงคือเป็นแม่ศรีเรือนและออกเหย้าออกเรือนเท่านั้น

Antagonist ที่เพิ่มขึ้นมาจากฉบับการ์ตูนคือตัวละคร Xianniang (Li Gong) ซึ่งเหมือนเป็น reflection หรือด้านมืด หรือขั้วตรงข้ามของ Mulan (Yifei Liu) แต่เธอเป็นวายร้ายที่น่าสนใจ เธอไม่ได้อยากร้าย แต่เธอถูกขับไล่และถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเพราะเธอมี “chi” กล้าแกร่ง จริง ๆ เธอจะฆ่าทั้ง Böri Khan และ Emperor เมื่อไหร่ก็ได้และได้ไม่ยาก แต่เธอก็ไม่ทำ เพราะถึงแม้เธอจะฆ่าผู้นำเหล่านั้นไปได้ คนในสังคมก็ยังมองเธอเป็น outcast ยังไม่ยอมรับผู้หญิงเป็นผู้นำหรืออยู่ร่วมกันในสังคมด้วยอยู่ดี ซึ่งพอยต์ของเธอไม่ใช่ความต้องการเป็นใหญ่ เธอแค่ต้องการมีที่ยืน และได้รับการยอมรับจากคนอื่น เธอจึงยอมทำงานให้ Böri Khan เพราะหวังว่าเมื่อ Böri Khan ได้เป็นจักรพรรดิ เขาจะให้เธอไม่ต้องเป็นหมาข้างถนนอีกต่อไปตามที่เขาสัญญา

นอกจากนี้ MULAN (2020) ยังเพิ่มตัวละคร Xiu หรือน้องสาวของ Mulan (Xana Tang) เข้ามา และตัดย่าออกไป สำหรับการเพิ่มตัวละครนี้เข้ามา เราคิดว่ามันทำให้เรื่องของ Mulan มันเมคเซนส์มากขึ้น เพราะจุดประสงค์หลัก ๆ ที่ Mulan หนีไปรบคือ “ความกตัญญู” เธอรู้แต่เธอจะไปรบแทนพ่อ (ส่วนเรื่อง “ความรักชาติ” หรือ “ป้องกัน/กอบกู้ชาติ” เป็นเรื่องรองของเธออีกที) เธอไม่รู้หรอกว่าเธอจะได้กลับมาหรือไม่ จริง ๆ เธอน่าจะคิดด้วยซ้ำว่าโอกาสรอดกลับมาแทบเป็นศูนย์ ถ้าเธอเป็นลูกคนเดียว เธอก็ต้องห่วงอีกว่า ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะดูแลพ่อแม่ หรือใครจะทำหน้าที่นำเกียรตินำศรีมาสู่วงศ์ตระกูล (ณ ที่นี้ก็คือ “แต่งงาน” ตามค่านิยม) แต่ในหนังเวอร์ชั่นปัจจุบัน ก่อนเธอหนีออกมาจากบ้าน เธอได้เห็นว่า เธอยังมีน้องสาวอยู่ข้าง ๆ พ่อแม่ และจะทำหน้าที่ทุกอย่างที่ว่านั้นได้ถึงแม้เธอจะได้กลับมาหรือไม่ก็ตาม

ในส่วนของ love interest ของ Mulan นั้น หนังไม่ได้เน้นมากอยู่แล้ว แต่พอมีนิด ๆ หน่อย ๆ ให้พอจิกเบาะกันกรุบกริบ โดย MULAN (2020) นี้ ไม่มี Commander Li Shang เหมือนเวอร์ชั่นการ์ตูน เพราะตอนนี้กระแส #MeToo กำลังร้อนระอุ ถ้าบทยังให้ทหารระดับผู้บังคับบัญชากุ๊กกิ๊กกับทหารชั้นผู้น้อยในค่าย มันก็อารมณ์เหมือนเจ้านายกับลูกน้อง ก็คือดูไม่เหมาะสมนั่นเอง

Disney จึงฉีกตัวละคร Li Shang ทิ้ง แล้วเอาส่วนหนึ่งไปสร้างเป็นตัวละครใหม่ Commander Tung (Donnie Yen) ผู้เที่ยงตรง ซึ่งเปรียบเสมือน mentor รุ่นพ่อของ Mulan และส่วนกุ๊กกิ๊กก็เอาไปอยู่ในตัวละครใหม่อีกตัวคือ Honghui (Yoson An) ทหารเกณฑ์ในหน่วยเหมือนกันกับเธอแทน ซึ่ง Honghui ก็เป็น supporter ที่ดีและยินยอมเป็นผู้ตามของ Mulan ถึงแม้จะรู้แล้วก็ตามว่า Mulan เป็นผู้หญิง เพราะเขายอมรับในความคิดและความสามารถของเธอโดยไม่มีเรื่อง gender มาหยุดกั้น

แต่เหมือนว่า ประเด็นที่ดราม่าหนักไม่แพ้ประเด็นนางเอกซัพพอร์ตความรุนแรงของตำรวจฮ่องกงก็คือ การตัดมังกร Mushu ซึ่งเป็นหนึ่งในสีสันหลักของเรื่องออกไปนั่นเอง แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ตำนานดั้งเดิมของจีนมันไม่มีมังกร Mushu มาแต่แรกแล้ว และหนังเองก็พยายามทำให้ใกล้เคียง reality มากที่สุด คิดว่าแค่มีจอมขมังเวทย์หรือกำลังภายในก็แฟนตาซีกันประมาณหนี่งแล้ว ถ้าจะให้มีสัตว์ในตำนานหรือสัตว์เลี้ยงใดใดมาเจื้อยแจ้วอยู่กับนางเอกตลอดเวลาด้วย ก็คงจะ surreal ไปหน่อย อีกอย่างคนจีนไม่โอเคที่เอามังกรอันเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความแข็งแกร่ง (power & strength) ในวัฒนธรรมหรือตำนานของบ้านเขามาทำเป็นสัตว์​เลี้ยงตลก ๆ หรือเป็น sidekick ของนางเอก ดังนั้น ถ้าพูดในแง่ “ความเคารพต้นฉบับ” หรือ “ความเคารพต้นกำเนิดของตำนาน” ดิสนีย์อาจทำถูกแล้วที่ตัด Mushu ออกไป

ถึงแม้ Mulan จะไร้ Mushu ข้างกาย แต่ดิสนีย์ก็มีนกฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตายแล้วเกิดใหม่ (death and rebirth) และความสวยสตรอง มาแทนให้ โดยพ่อนางเอกได้อธิบายความสำคัญของ (รูปปั้น) ฟีนิกซ์ตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่อง จากนั้น Mulan และคนดูจะได้เห็นฟีนิกซ์โผล่ออกมาเป็นพัก ๆ ลอยไปลอยมา เสมือนผีบรรพบุรุษที่มาคอยปกปักรักษาในจินตนาการของนางเอกแทน หรือภายหลังอาจตีความได้ว่า Mulan ก็คือฟีนิกซ์ผู้พิทักษ์องค์จักรพรรดินั่นเอง

หนังเวอร์ชั่นนี้เน้นย้ำ 3 คำบนดาบนักรบอยู่บ่อย ๆ “Loyal, brave, and true.” เสมือนเป็นคุณสมบัติสำคัญของชายชาตินักรบ แต่จริง ๆ แล้ว “true” คืออะไร? มันหมายถึง “Be true to yourself.” ด้วยหรือเปล่า? ถ้าใช่… Mulan ก็ไม่ควรถูกตีกรอบหรือตอกย้ำว่า “อย่าโชว์พลัง chi ออกมาให้โลกเห็น” ด้วยหรือเปล่า? และผู้ชายเองก็ต้องยอมรับความจริงด้วยหรือเปล่าว่า ผู้หญิงก็มี chi ได้ เป็นผู้นำได้ และก็อาจจะกล้าหาญกว่าผู้ชายแท้ ๆ หลายคนเสียอีกด้วยซ้ำ

ความกล้าหาญของ Mulan ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักชาติ แต่ตั้งอยู่บนจิตที่ประสงค์จะปกป้องครอบครัวและเพื่อนของเธอ อีกทั้งทำให้พ่อแม่ภูมิใจและนำเกียรติสู่วงศ์ตระกูล พูดง่าย ๆ ก็คือ “ความกตัญญูต่อครอบครัว” ซึ่งยังถือเป็นคุณสมบัติที่คนจีนและคนเอเชียหลายบ้านยังยึดมั่นเป็น priority หลัก

ฉากแอ็คชั่นมีประรายในช่วงเทรนนิ่ง และมีอีกประมาณหนึ่งในสนามรบ พูดตรง ๆ เราก็รู้สึกว่ามันไม่สุด แต่ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่โหดหรือมันไม่เลือดสาด เพราะเราเข้าใจดีว่า ด้วยความเป็นดิสนีย์ เป็นหนังครอบครัว และเผื่อมีเด็กน้อยมาดูด้วย มันย่อมประนีประนอมกับฉากสงครามระดับหนึ่ง คอหนังแอ็คชั่นอาจจะรู้สึกว่าห่างไกลจากคำว่ามัน(ส์)สะใจได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าความอลังการของฉากแอ็คชั่นและการครีเอทคิวบู๊ก็ทำได้สวยงามและชวนตื่นเต้นอย่างที่มันควรจะเป็น