ดูหนังออนไลน์
ค้นหาหนัง

Battle of the Sexes แมทช์ท้าโลก (2017) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

Battle of the Sexes แมทช์ท้าโลก (2017)
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังตลก , หนังดราม่า , หนังชีวประวัติ

เรื่องย่อ : Battle of the Sexes แมทช์ท้าโลก (2017) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

ชื่อภาพยนตร์ : Battle of the Sexes แมทช์ท้าโลก
แนว/ประเภท : Biography,  Comedy,  Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Jonathan Dayton,  Valerie Faris
บทภาพยนตร์ : Simon Beaufoy
นักแสดง : Emma Stone,  Steve Carell,  Andrea Riseborough
วันที่ออกฉาย : 29 September 2017
 
 
 
จากเรื่องจริงของการแข่งขันเทนนิสประวัติศาสตร์ระหว่างชายและหญิงในปี 1973 ของบ๊อบบี้ ริกส์ นักเทนนิสวัย 55 ปี ซึ่งเป็นอดีตแชมป์วิมเบิลดันผู้มากด้วยประสบการณ์การแข่งขันมาค่อนชีวิตและบิลลี่ จีน คิง นักเทนนิสสาวไฟแรงมือวางอันดับหนึ่งของอเมริกาวัย 29 ปี นี่มิใช่การแข่งเทนนิสธรรมดาแต่มันคือสงครามระหว่างเพศที่ได้รับความสนใจจาก ผู้ชมอย่างสูงจนกลายเป็นการถ่ายทอดสดกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดตลอดกาล ทั้งสองมิใช่แค่ประทะกันในสนามแต่ยังปล่อยมุขทำสงครามส่วนตัวผ่านสื่ออีกด้วย!
 
Battle of the Sexes movie review (2017) | Roger Ebert

IMDB : tt4622512

คะแนน : 6.7

รับชม : 518 ครั้ง

เล่น : 70 ครั้ง



 

Battle of the Sexes แมทช์ท้าโลก (2017)

แฟนเทนนิสทั่วโลกช่วงนี้คงกำลังลุ้นกันตัวโก่งว่าใครจะเป็นแชมป์ แกรนด์ สแลม ออสเตรเลียน โอเพน ที่ ออสเตรเลีย ซึ่งกำลังจะรู้ผลกันทั้งประเภทชายและหญิง วันที่ 27-28 มกราคม นี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเลยอยากหยิบภาพยนตร์แนว Based on True Story ที่เล่าถึงหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญวงการเทนนิสมาถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์มที่เพิ่งลงแผ่น DVD หมาดๆ (เพราะไม่ฉายในบ้านเรา) นั่นคือ Battle of the Sexes

บ็อบบี ริกส์ และ บิลลี่ จีน คิง ตัวจริง

 

เหตุการณ์ในหนังสร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 1973 ช่วงเวลาที่สังคมอเมริกันยังแบ่งแยกบทบาทของ ชาย-หญิง แบบชัดเจน บ็อบบี ริกส์ (สตีฟ คาร์เรล) อดีตนักเทนนิสชายดีกรีแชมป์ แกรนด์ สแลม 3 สมัย ประกาศท้าดวลแร็กเกตกับ บิลลี จีน คิง (เอ็มม่า สโตน) นักเทนนิสหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดของวงการยุคนั้น หลังไม่พอใจที่เห็นเธอออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมกันเรื่องเงินรางวัลการแข่งขันรายการต่างๆ และอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ชายเหนือกว่าผู้หญิง ซึ่งแน่นอนว่าทีแรก บิลลี่ ไม่เล่นด้วย
 

แต่ภายหลังที่ ริกส์ ชักชวน มาร์กาเร็ต คอร์ต นักเทนนิสหญิงซึ่งเป็นคู่แข่งทั้งในและนอกสนามของ บิลลี่ ก่อนขยี้อีกฝ่ายง่ายดาย 2-0 เซต ส่งให้ บิลลี่ ที่ดูการถ่ายทอดสดด้วยความขุ่นเคือง และฟังคำเย้ยหยันของผู้ชนะที่ดูถูกว่าผู้หญิงไม่มีวันแข็งแกร่งกว่าผู้ชาย ต่อสายถึงผู้จัดการเพื่อขอเจอ ริกส์ ก่อนนำมาสู่การดวลลูกสักหลาดแบบไม่มีกำแพงกั้นระหว่างชาย-หญิงที่ชื่อ “Battle of the Sexes” ซึ่งแมตช์นี้ บิลลี่ ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อแสดงให้ผู้หญิงทั้งโลกเห็นว่า พวกเธอจะไม่ยอมถูกผู้ชายกดขี่ทางสังคมอีกต่อไป

เปรียบเทียบกันดูว่าเหมือนตัวจริงไหม

 

ตัวหนังได้สองผู้กำกับที่เป็นสามี-ภรรยากันในชีวิตจริง โจนาธาน เดย์ตัน กับ วาเลรีย์ ฟาริส เจ้าของหนังดราม่าชั้นดี Little Miss Sunshine มารับหน้าที่ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญในอดีต ขณะที่สองผู้แสดงนำก็ได้ยอดฝีมือทั้ง สตีฟ คาร์เรล ดาวตลกชื่อดังและ เอ็มม่า สโตน นักแสดงสาวรางวัลออสการ์ มาสวมวิญญาณของ บ็อบบี ริกส์ และ บิลลี่ จีน คิง อย่างกลมกลืนและสมบทบาท

หนังมีเส้นเรื่องที่แข็งแรง แต่หากเล่าตรงๆคงจบในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ตัวหนังต้องใส่เรื่องราวชีวิตของสองคนนี้เพิ่มเพื่อสร้างมิติให้ตัวละคร รายของ ริกส์ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักหวดชายที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง แต่ชีวิตครอบครัวนั้นล้มเหลว ติดการพนัน ส่วนฝั่ง บิลลี เธอได้รับการยกย่องอย่างสูงในสายงานที่ทำ กระนั้นก็ต้องต่อสู้กับความต้องการทางเพศ ที่ไม่อาจเปิดเผยออกไปได้ว่าตนนั้นมีรสนิยมรักร่วมเพศ ทั้งที่มีสามีอยู่เคียงข้าง ก่อนนำมาสู่ปัญหาที่เกือบทำชีวิตเสียศูนย์ก่อนแข่งจริง

เพราะเป็นหนังสร้างจากเรื่องจริงดังนั้นผลการแข่งขันออกมาเป็นอย่างไร คนดูน่าจะรู้กันเรียบร้อย จึงต้องเบนไปดูการเล่าเรื่อง ซึ่งในแง่ของพาร์ทดราม่า โจนาธาน-วาเลรีย์ ถ่ายทอดได้ดีตามสไตล์ถนัด แต่เมื่อถึงฉากดวลเทนนิสที่เป็นไคลแมกซ์ ทั้งคู่เลือกใช้มุมกล้องแบบถ่ายทอดสดเหมือนที่เราดูทางทีวี (Bird Eye View) ทำให้ภาพออกมาดูขาดพลังพอสมควร คนดูไม่สามารถสัมผัสความโกรธเกรี้ยวของนักหวดทั้งสองได้เลยทั้งที่มันสามารถใช้เทคนิคการถ่ายทำให้หนังดูดุเดือดขึ้นได้ ฉากนี้จึงกลายเป็นฉากธรรมดาๆ ทำดีมาตลอด ดันตกม้าตายตรงฉากสำคัญซะงั้น

ชัยชนะของอิสตรีเมื่อ บิลลี่ กำชัยขาดลอย

 

ขณะเดียวกัน ถึงประเด็นเรื่องการเรียกร้องสิทธิสตรีให้มีความเท่าเทียมกับบุรุษ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการภาพยนตร์ แต่ต้องชื่นชมว่าหนังเล่าเรื่องซ้ำๆเดิมๆออกมาได้ดี ขณะเดียวกันหนังไม่ได้ขยี้เรื่อง “เฟมินิสต์” มากจนเกินงามทำให้ดูได้อย่างเพลินๆไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดแต่ประการใด เรียกว่าเป็นหนังที่ควรค่าแก่การเสียเวลาพักผ่อนดูช่วงสุดสัปดาห์

เรื่องตลกร้ายอย่างหนึ่งคือทุกวันนี้ ถึงเหล่าสุภาพสตรีจะมีบทบาททางสังคมมากขึ้น ผู้หญิงหลายคนทำงานเก่งไม่แพ้ผู้ชาย แต่เราก็ยังเห็นพวกเธอถูกกดขี่จากผู้ชายอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม คุณผู้ชายอกสามศอกที่ชอบดูถูกเพศหญิง เห็นผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศก็จงพึงระวังไว้บ้าง หากวันใดที่พวกเธอลุกขึ้นสู้ก็มีสิทธิ์หงายหลังได้เหมือนกัน

ไม่เชื่อลองถามชายที่ชื่อ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ดูได้……..ว่าทุกวันนี้เขากล้าออกมาเผชิญหน้ากับสังคมบ้างหรือยังหลังเจอกระแส #METOO เล่นงานเพราะโดนขุดคุ้ยเรื่องพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศดาราหญิงในอดีต