ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

An Inconvenient Sequel: Truth to Power แอน อินคอนวีเนียนต์ ทรูท 2 (2017)

An Inconvenient Sequel: Truth to Power แอน อินคอนวีเนียนต์ ทรูท 2  (2017) - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังสารคดี

เรื่องย่อ : An Inconvenient Sequel: Truth to Power แอน อินคอนวีเนียนต์ ทรูท 2 (2017)

ชื่อภาพยนตร์ : An Inconvenient Sequel: Truth to Power แอน อินคอนวีเนียนต์ ทรูท 2
แนว/ประเภท : Documentary
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Bonni Cohen,  Jon Shenk
บทภาพยนตร์ : Al Gore
นักแสดง : Al Gore,  Cory Booker,  George W. Bush
วันที่ออกฉาย : 4 August 2017
 
 
 
เรื่องย่อ :  An Inconvenient Sequel: Truth to Power (2017) อดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ยังคงออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อมอบความรู้และทำความเข้าใจกับทีมงานของเขา ในการสานต่อภารกิจให้ความรู้และปลุกหัวใจของผู้คน เกี่ยวกับภัยจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นและยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเขาเชื่อว่ามนุษย์สามารถเอาชนะความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วยความฉลาดและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงด้วยแรงผลักดันอันแรงกล้า เขาพยายามสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา อดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ยังคงมีไฟในการเดินสายออกไปบรรยายเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ดูหนังสารดีเรื่อง An Inconvenient Sequel: Truth to Power จะยังคงติดตาม อัล กอร์ ในทุกภารกิจที่ออกไปบรรยายให้ผู้คนได้รับฟังแนวคิดนี้ทั่วโลก ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ในรอบ 10 ปี ที่เขาต้องออกไปพบผู้คนทั่วโลกและให้ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องที่หลายๆคน ยังไม่ค่อยให้ความสนใจนัก นอกจากความรู้มากมายที่จะได้รับ An Inconvenient Truth 2 จะนำเสนอเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่มีทั้งความสนุกสนานและความเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน ซึ่งยากที่จะได้เห็น การเดินทางของ อดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม ดูหนัง An Inconvenient Truth 2 สารคดีที่เต็มไปด้วยความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความรู้ที่ได้นี้อาจทำให้เราต้องตกตะลึงว่าโลกของเรานั้นต้องเผชิญกับการกระทำของมนุษย์ที่ต่างมีส่วนให้โลกต้องเจอภาวะวิกฤติและผลลัพท์ที่ได้คือภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และผลกระทบก็ตกอยู่ที่มนุษย์นั่นเอง อดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ จึงเสนอแนวคิดที่จะลดผลกระทบที่รุนแรงเกินกว่าที่จะคาดคะเนได้ ด้วยการจบปัญหาที่สาเหตุมากกว่าที่จะแก้ปัญหาเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น An Inconvenient Sequel: Truth to Power จึงเป็นหนังที่อัพเดทสุขภาพโลกว่าโลกของเราเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราควรทำอะไรเพื่อโลกที่เราอาศัยอยู่นี้และหวังว่าลูกหลานของเราจะได้อยู่บนโลกที่สงบสุขโดยไร้มหันตภัยรุนแรง
 
An Inconvenient Sequel' review: Al Gore remains energetic in climate-change  fight | The Seattle Times

IMDB : tt6322922

คะแนน : 6.4

รับชม : 342 ครั้ง

เล่น : 128 ครั้ง



 

 

An Inconvenient Sequel: Truth to Power (2017) แอน อินคอนวีเนียนต์ ทรูท 2

อัล กอร์ กลับมาอีกครั้งหลัง An Inconvenient Truth (2006) สารคดีที่แนะนำให้โลกได้ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนจนได้รางวัลออสการ์สารคดียอดเยี่ยม ผ่านมา 10 ปีเขากลับมาพร้อมหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากมายตั้งแต่ภัยพิบัติจากพายุต่างๆ ที่สหรัฐเผชิญไปจนถึงเหตุการณ์พายุไห่เหยียนถล่มฟิลิปปินส์เมื่อปี 2016 เชื่อมโยงถึงปัญหาต่างๆอันเกี่ยวพันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยอุปสรรคใหญ่ที่สุดของอัล กอร์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือบรรดานักการเมืองและนายทุนในระบบทุนนิยมนั่นเอง

 

    กว่า 30 ปีของการต่อสู้ของฮีโร่ผู้เหนื่อยล้า

 

หากจะว่าถึงโครงสร้างของสารคดีแล้ว ต้องบอกว่า An Inconvenient Sequel Truth to Power หรือ An Inconvenient Truth 2 ก็ยังคงรูปแบบที่ไม่ต่างจากภาคแรกมากนัก ทั้งฉากการบรรยายในห้องประชุม มีภาพกราฟฟิกแสดงกราฟสถิติอุณหภูมิต่างๆ รวมถึงฟุตเตจจากข่าวภัยพิบัติทั่วโลก ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงเดียวที่ถูกนำมาเน้นย้ำในสารคดีภาค 2 ก็คือตัว อัล กอร์ เองที่ทั้งเหนื่อยล้าจากคำครหาของฝ่ายการเมืองและชราภาพจากกาลเวลาที่ผันผ่าน

โดยสารคดีในภาคนี้เปิดเรื่องมาด้วยภาพของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายประกอบกับเสียงที่อัดมาจากข่าวและรายการต่างๆที่เป็นข้อโต้แย้งในเชิงลบต่อตัว อัล กอร์ ซึ่งนับเป็นความชาญฉลาดในเชิงสัญญะของภาพยนตร์เพราะภาพน้ำแข็งละลายส่งผลต่อความรู้สึกของคนดูว่าโลกของเรากำลังเผชิญวิกฤติจริงๆนะ และเสียงออฟซีน (off scene) คำครหายังเป็นการสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูต่ออัล กอร์ซึ่งเป็นซับเจคต์ (Subject)ของสารคดีเรื่องนี้ให้ภาพของฮีโร่ผู้เหนื่อยล้า และการเป็นเหมือนมวยรองบ่อน (underdog) ในสนามการเมืองเรื่องธรรมชาติ พร้อมบทสัมภาษณ์อัล กอร์ ถึงความรู้สึกของเขาจากการต่อสู้เพื่อให้คนตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ซึ่งจะว่าไปก็มีส่วนคล้ายกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อที่ตัวฮีโร่เองอยู่ในสภาวะเพลี่ยงพล้ำ ไร้กำลัง ก่อนจะได้อาวุธและแรงสนับสนุนจากทีม

 

 

 

ซึ่งในกรณีของอัล กอร์ คือการหยิบยกสถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติจากข่าวทั่วโลกและเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นความพยายามสร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ขึ้นมาให้เป็นกองทัพกู้โลก และไม่มากไม่น้อยหนังยังให้ภาพ อัล กอร์เป็นฮีโร่ในอุดมคติทั้งเชิงวิสัยทัศน์ทางภาพยนตร์อย่างการให้กล้องทำหน้าที่จับภาพอัล กอร์ ในฐานะผู้กอบกู้โลก (Savior) ในหลายวาระ รวมถึงการคัดเลือกสถานการณ์หรือซีนเด่น

อย่างในหนังเองก็มีฉากที่ อัล กอร์ พยายามโทรไปบลัฟบริษัทด้านโซลาร์เซลล์และธนาคารต่างๆเพื่อมอบเทคโนโลยีและเงินทุนให้อินเดียเลิกแผนตั้งโรงงานถ่านหิน เปลี่ยนมาใช้โซลาร์เซลล์แทนเพื่อให้บรรลุข้อตกลงปารีสอันมีอินเดียขวางลำอยู่ประเทศเดียว ประหนึ่งนี่คือภารกิจยิ่งใหญ่ของโลก และเป็นเหมือนไคลแมกซ์ของหนังได้อย่างดีเยี่ยมอีกทั้งสถานการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นจริงใน การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP21 หรือ CMP 11 ที่จัดระหว่าง 30 พ.ย.-12 ธ.ค. 2558 ณ.กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนประหนึ่งเป็นฉากฉลองชัยของฮีโร่อย่างอัล กอร์ ก็ไม่ปาน

 

 

วายร้ายของฮีโร่กู้โลก

 

ซูเปอร์ฮีโร่ต้องมี วิลเลียน (villain) หรือวายร้ายให้เขาต่อกร และคงเป็นใครไม่ได้นอกจากนักการเมือง ซึ่งหนังในครึ่งแรกได้แสดงให้เห็นว่า อัล กอร์ เคยถูกสภาคองเกรสเรียกไต่สวนและยับยั้งงบประมาณด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมรวมถึงการเก็บดาวเทียมดิสคัฟเวอร์ที่สามารถถ่ายภาพโลกได้แบบรายวันเข้ากรุเป็น 10 ปีก่อนที่โอบาม่าจะพิจารณานำมันขึ้นสู่วงโคจร แต่บอสใหญ่ของเหล่าวายร้ายคงไม่มีใครโดดเด่นเกินนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปิดตัวในจอทีวี แล้วเรียกให้ โอบามา กลับมาแก้ปัญหา ไอซิส แทนการไปประชุม COP21/ CMP 11 ที่ปารีสซึ่งถือเป็นการสร้างคาแรกเตอร์ให้วายร้ายในฉากเดียวได้อย่างชาญฉลาด โดยคนดูรู้ได้ทันทีว่านี่คืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่อัล กอร์ พระเอกของเราต้องหาทางสู้ต่อไป และแน่นอนว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ยังมีภาคต่อ หากจะว่าถึงการทิ้งเชื้อก็คงเป็นการทิ้งเชื้อที่ชาญฉลาดมาก เพราะหนังเลือกฉากปิดคือ อัล กอร์ เดินทางไป ทรัมป์ ทาวเวอร์ เพื่อโน้มน้าวให้เขาตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน แต่กลับได้รับการปฏิเสธ

ด้วยการปูคาแรกเตอร์ให้อัล กอร์ เป็นเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ที่ลงพื้นที่จริงทั้งเหตุน้ำท่วมในสหรัฐและเหตุพายุไห่เหยียนถล่มฟิลิปปินส์ยังมีส่วนช่วยให้เนื้อหาที่ตามมาดูหนักแน่น น่าเชื่อถือ มากขึ้นโดยเฉพาะการยกประเด็นที่ภาคแรกได้ทำนายไว้ โดยเฉพาะภาพกราฟิกของหนังภาคแรกที่แสดงให้เห็น มวลน้ำขนาดใหญ่ท่วมอนุสาวรีย์รำลึกเหตุการณ์ 11 กันยา ซึ่งก็เกือบจะกลายเป็นเรื่องจริงเมื่อปีที่แล้วดังที่ปรากฎในหนังพร้อมฟุตเตจข่าวภัยธรรมชาติที่ดูน่าสะพรึงกลัวจนเราไม่อาจเพิกเฉยต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกอีกต่อไป

ทำให้ภาพรวมของ An Inconvenient Sequel Truth to Power กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจจริงของ อัล กอร์ ในการแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมกลับมารักโลกของเรามากขึ้นอีกด้วย แต่จะว่าไปนี่ก็คือหนังดีที่เราไม่อยากให้มีภาคต่อ เพราะหากมี Inconvenient 3 นั่นอาจหมายถึงสภาวะแวดล้อมโลกถึงขั้นโคม่าไร้ทางเยียวยาแล้วก็เป็นได้