ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Kimi no Na wa (Your Name) : จักรวาลความรักฉบับชินไค เต็มเรื่อง

ดูหนัง Kimi no Na wa (Your Name) : จักรวาลความรักฉบับชินไค เต็มเรื่อง - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอนนิเมชั่น , หนังดราม่า

เรื่องย่อ : ดูหนัง Kimi no Na wa (Your Name) : จักรวาลความรักฉบับชินไค เต็มเรื่อง

ดูหนัง Kimi no Na wa (Your Name) : จักรวาลความรักฉบับชินไค เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ

ว่าด้วยเรื่องของเด็กหนุ่มสาวหนึ่งคู่ ทาคิ – เด็กหนุ่มนักเรียน ม.ปลาย ที่เติบโตในเมืองใหญ่โตเกียว กับ มิทสึฮะ – เด็กสาว ม.ปลาย ที่โตมาในหุบเขาแถบชนบท ซึ่งแม้ทั้งสองดูจะมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองเหมือนกันคือต่างแสวงหาการใช้ชีวิตในแบบของอีกคน ทาคิเบื่อชีวิตในเมือง ส่วนมิทสึฮะอยากเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่

จนกระทั่งคืนหนึ่ง … วันที่เกิดปรากฏดาวตกในรอบพันปี ทาคิและมิทสึฮะต่างฝันว่ากลายเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งมันกลายเป็นเรื่องจริง จุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่ไม่เห็นแต่สัมผัสได้จึงเริ่มขึ้น

แม้พวกเขาจะยังไม่รู้ว่ามันคือการบอกให้ทราบถึงอะไรบางอย่างก็ตาม…

IMDB : tt5311514

คะแนน : 8.4

รับชม : 1037 ครั้ง

เล่น : 595 ครั้ง




kimireview

หลังจากที่ได้สร้างปรากฎการณ์รายได้ถล่มทลายในญี่ปุ่น ผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ Shinkai Makoto ก็ได้เข้าฉายในประเทศไทยแล้วเช่นเดียวกันตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนเป็นต้นมากับเรื่อง Your Name หรือ Kimi no na wa หรือในชื่อไทยว่า “หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ” นี้นั่นเองครับ

เชื่อว่าเป็นผลงานของผู้กำกับท่านนี้ แฟน ๆ ที่เคยติดตามกันมา คงจะทราบกันดีว่า ผกก.Shinkai นั้นมี “ลายเซ็น” ในผลงานที่ค่อนข้างชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็น งานฉากหลังแสงสีตระการตาแสนสวยงามดุจโลกแห่งความฝัน กับเรื่องราวความรักที่สะท้อนหลากแง่มุมทั้งความเหงา ระยะเวลา และระยะทาง ที่หลายครั้งก็ตราตรึงใจ และหลาย ๆ ครั้งก็ชวนเจ็บปวดหัวใจ จนกลายเป็นเสน่ห์ที่มีแฟน ๆ ติดตามกันมากมายทั่วโลก

สำหรับเรื่อง Kimi no na wa นี้ เพราะเหตุใดถึงประสบความสำเร็จมากกว่าทุก ๆ ผลงานที่ผ่านมาของเขา? เรื่องนี้มีสิ่งใดที่ต่างออกไปจากที่เคยมีมางั้นหรือ? และเรื่องนี้บอกอะไรกับเราได้บ้าง?

มาดูกันครับ

หมายเหตุ : บทความรีวิวนี้ “ไม่มี” การสปอยล์เนื้อหาสำคัญภายในภาพยนตร์ Kimi no na wa เกินขอบเขตที่ “เทรลเลอร์” ได้กล่าวถึงไว้ ดังนั้นท่านใดที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ต้องกังวลกับบทความนี้ครับ

Kimi no na wa กล่าวถึงอะไรบ้าง?

vlcsnap-304086

จากที่มีการเล่าไว้ในเทรลเลอร์สองตัวแรกของภาพยนตร์นั้น เราจะพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องผ่านตัวเอกชายและหญิงซึ่งเป็นวัยรุ่นมัธยมปลาย ฝั่งชายชื่อ “ทาคิ (Taki)” หนุ่มมัธยมปลายที่เรียนในโตเกียวท่ามกลางสังคมที่พลุกพล่าน เจ้าตัวเป็นคนเลือดร้อน ขยันทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารอิตาเลียน และแอบชอบรุ่นพี่สาวสวยที่เป็นเพื่อนร่วมงาน และฝั่งหญิง “มิตสึฮะ (Mitsuha)” สาวน้อยวัยมัธยมปลายที่อาศัยอยู่ในเมืองอิโตโมริ เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในหุบเขาชนบทอันห่างไกล เธออาศัยอยู่กับคุณยายและน้องสาว ซึ่งยังต้องสืบทอดพิธีกรรมของมิโกะที่สืบสายประเพณีความเป็นมายาวนานอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอเบื่อหน่ายและอยากจะมีชีวิตที่แปลกใหม่กว่านี้

จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ดาวหาง “ทิอามัต (Tiamat)” จะโคจรผ่านโลก เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักกัน กลับ “ฝัน” ว่าได้มีชีวิตเป็นอีกคนหนึ่งราวกับการสลับร่างกันหลายครั้งหลายครา จนทำให้ทั้งสองต้องหาทางปรับแนวทางการใช้ชีวิตของตนเองใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุก ความเดือดร้อน และความเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเมื่อทั้งสองคิดอยากพบกันนั้น….

กลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิม

kimi00

ภาพยนตร์ Kimi no na wa นั้นได้เลือกที่จะเดินเรื่องในแนวทางที่ต่างจาก “สูตรสำเร็จ” ในแบบของ Shinkai Makoto อยู่พอสมควร แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งลายเซ็นเดิมที่ว่าด้วยความรักกับอุปสรรคที่ผ่านการสื่อความหมายในแบบต่าง ๆ จากผลงานก่อน ๆ นั้น เช่น Hoshi no Koe (Voices of a Distant Star) ผลงานสร้างชื่อชิ้นแรก ๆ ของเขานั้น ใช้เงื่อนไขของ “ระยะทาง” มาเป็นอุปสรรคในการสื่อสารของตัวเอกทั้งสอง หรืออย่างผลงานลือลั่นอย่าง 5 cm/s นั้น ก็หยิบยกเอาเรื่อง “อัตราเร็ว” มาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความรักของตัวเอก เป็นต้น

สำหรับผลงานชิ้นนี้ อาจจะมองได้ว่าเรื่องราวระหว่างทาคิและมิตสึฮะที่อาศัยอยู่คนละที่นั้น จะมีเรื่องของ “ระยะทาง” มาเป็นกำแพงที่ต้องก้าวข้าม แต่ภายในเรื่องยังคงมี “ปม” ที่ซ่อนไว้อยู่อีกมากมายที่คาดไม่ถึงอีกด้วย

ดังนั้นเรื่องราวจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่มีสีสันกับชีวิตของหนุ่มสาวทั้งสองคนที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถสอดแทรกอารมณ์ไว้ได้อย่างหลากหลายมาก ทั้งสนุก ตลก ตื่นเต้น ลุ้น ซึ้ง ชวนใจหาย และอิ่มเอิบ ซึ่งมีหลายจังหวะที่ผู้เขียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเลิฟคอเมดี้สนุก ๆ แบบภาพยนตร์ GTH ในขณะที่อีกหลาย ๆ ช่วง ก็ตกใจกับจังหวะการเล่าเรื่องที่พัฒนาจากเดิมอย่างคาดไม่ถึงของผู้กำกับ สามารถผ่อนหนักผ่อนเบา ดึงให้เราติดตามและหาคำตอบร่วมกับตัวละครได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยที่ไม่รู้สึกเหงาจนเหนื่อยใจไปเสียก่อนได้เป็นอย่างดี

ความสุนทรีย์ของทั้งภาพและเสียง

kimi01

เป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับ Shinkai Makoto ที่ไม่เคยทำให้ผู้ชมโดยเฉพาะแฟน ๆ ผิดหวัง เพราะงานภาพของ เรื่องนี้นั้น เรียกได้ว่าพัฒนากว่าผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Kotonoha no Niwa (The Garden of Words) มากพอสมควรทีเดียว ด้วยความที่เรื่องมีจังหวะที่รวดเร็วกว่า และอารมณ์ที่พลิกผันมากกว่า การลำดับภาพ ฉาก มุมกล้อง และการเคลื่อนไหวก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เราจะได้เห็นผลงานของผู้กำกับชิ้นนี้ที่ครบเครื่องไม่ผิดหวัง รวมถึงยังมากพอจะทำให้คาดหวังได้อีกว่า ผลงานชิ้นต่อไปของเขานั้น จะก้าวไปสู่จุดใด ?

ไม่เพียงเท่านี้ ตัวภาพยนตร์ยังได้วง Radwimps วงดนตรีญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง ทำดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ซึ่งสามารถสอดรับกับอารมณ์เรื่องและภาพได้อย่างไม่ขัดหู นอกจากนี้ เพลงประกอบทั้ง 4 ที่บรรเลงและขับร้องโดยวงนี้ที่ใช้กับในเรื่องนั้น 2 เพลงถูกใช้เป็นตัวเปิดและปิดเรื่องที่ต่างอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ต่างก็เหมาะสมที่จะเป็นจุดเปิดและปิดที่ดี ส่วนอีก 2 เพลงนั้นก็ถูกใช้กับเหตุการณ์ที่ต่างกัน แต่ก็ต่างทำให้แต่ละเหตุการณ์นั้นทรงพลังมากขึ้นอย่างน่าทึ่งเช่นเดียวกัน

ความเป็นสากลและความเป็นญี่ปุ่นที่ร้อยเรียงถึงกันได้ลงตัว

kimi02

บ่อยครั้งที่ผู้ชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่เป็นชาวต่างชาติ (หมายถึงทั้งชาวไทย และประเทศอื่น ๆ) มักจะรู้สึกต่อภาพยนตร์ญี่ปุ่นในแบบที่แตกต่างจากการรับชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากปัจจัยที่ว่าพื้นเพของนักสร้างภาพยนตร์ในแต่ละชาตินั้นต่างกัน แนวทางของการสร้างและการนำเสนอก็แตกต่างกันด้วย ดังนั้นในหลาย ๆ ครั้ง ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในประเทศตัวเอง กลับไม่เป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศนัก หรือแม้แต่บางครั้งในประเทศตัวเองก็ยังเป็นแค่ภาพยนตร์เฉพาะกลุ่ม

แต่กับ Kimi no na wa นั้นไม่เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นเป็นวงกว้าง เจาะกลุ่มผู้ชมได้แทบทุกช่วงอายุ อย่างแรกก็คือ โจทย์ความรักที่ปรากฎในเรื่องนี้ หยิบเอาเรื่องที่พื้น ๆ ที่สุดของชีวิตนักเรียนมัธยมที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันแทบจะทุกสังคมมาเป็นฐานหลัก ชีวิตของทาคิและมิตสึฮะต่างรายล้อมไปด้วยสิ่งที่ใกล้ตัวผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถไฟซึ่งเป็นระบบขนส่งสาธารณะของชีวิตคนเมือง หรือการช่วยเหลืองานของครอบครัวหลังเลิกเรียนในแบบของชีวิตชนบท ซึ่งแทบจะเป็นรูปแบบชีวิตที่ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงและเข้าใจได้ไม่ยาก

ในขณะที่เรื่องนี้ยังคงไม่ละทิ้งความเป็นญี่ปุ่นไปมากนัก ไม่ใช่แค่บ้านเมืองหรือศาลเจ้าญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เรื่องของจิตวิญญาณและความเชื่อ ก็เลือกที่จะนำเอาความเชื่อต่าง ๆ ของชาวญี่ปุ่น ถ่ายทอดลงมาในเรื่องราวเพื่อบอกอะไรหลาย ๆ อย่างต่อผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของการถักทอร้อยเชือก ที่เปรียบเสมือนการใส่จิตวิญญาณของตนเองผูกโยงไปกับปมเชือกเหล่านั้น คือความผูกพันธ์ที่ใช้เวลานั่นเอง หรือเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างสาเก ก็มีการบอกกล่าวว่ามันมีค่าต่อจิตวิญญาณของคน ๆ หนึ่งอย่างไร รวมไปถึงช่วงเวลาต่าง ๆ ในแต่ละวันนั้น สะท้อนถึงความหมายอะไรบ้าง

สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ ถูกบอกเล่าผ่านตัวละคร สอดแทรกไปกับเรื่องราวที่ผู้ชมสามารถค่อย ๆ รับรู้ และจะเข้าใจเมื่อถึงเวลาที่มันส่งผลต่อเรื่องราวนั่นเอง

จากคนที่ไม่เคยรู้จัก สู่คนที่เฝ้าคิดถึง

kimi03

จากการที่ตัวเอกทั้งสองเกิดการสลับร่างกันผ่านความฝัน แม้ว่าต่างฝ่ายจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แม้ตอนแรกจะคิดเพียงผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อต่างฝ่ายต่างได้เป็นอีกคน ได้เห็นในมุมมองที่ไม่เคยเห็น ได้สัมผัสชีวิตของอีกฝ่าย เราก็จะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงของตัวละครทั้งสอง

ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึก และร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวของพวกเขาทั้งสอง ซึ่งในจุดนี้ตัวภาพยนตร์สามารถถ่ายทอดผ่านจังหวะการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปตามตัวบทได้เป็นยังดี พร้อมทั้งยังมีการเผยให้เห็นถึงคำใบ้ของ “ปม” ต่าง ๆ ไว้ ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจถึงเหตุผลของเรื่องราวต่าง ๆ ในภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งลุ้นระทึกไปจนถึงนาทีสุดท้ายของเรื่องกันเลย

แด่ความฝันที่เราไม่อยากลืมเลือน

kimi04

ใครจะรู้ได้ว่า “การที่ได้ฝันเป็นอีกคนหนึ่ง” จะก่อให้เกิดแรงผลักดันที่สามารถเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างได้เกินคาดคิดขนาดไหน

แต่ตราบเท่าที่มันยังเป็นความฝัน เราจะเชื่อมั่นกับมันได้อย่างยาวนานเพียงใด ?
และถ้าฝันนั้นได้ก่อตัวเป็นความรักที่เราไม่อยากลืมเลือนล่ะ มันจะมีอิทธิพลต่อเรามากเท่าไหร่ ?

ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้งคนเราอาจโหยหาในสิ่งที่เราเชื่อว่านั่นคือความรัก แต่จิตใต้สำนึกต่างหากที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าความรักนั้นมันใช่สำหรับตนเองจริง ๆ หรือเปล่า บางครั้งเราอาจหลงทางจนหลงลืมเป้าหมายไป และแต่ก็ด้วยจิตใต้สำนึกนี้เองแหละ คือสิ่งที่จะช่วยดึงเรากลับสู่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ อีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความคลับคล้ายคลับคลาก็ตาม

มาพิสูจน์กันด้วยตัวเองครับ ใน Your Name – Kimi no na wa “หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ” ในโรงภาพยนตร์ 10 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไปครับ

51382_n