ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์ เต็มเรื่อง

ดูหนัง The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์ เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังสยองขวัญ

เรื่องย่อ : ดูหนัง The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์ เต็มเรื่อง

ดูหนัง The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์ เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์
สำหรับ The Other Side of the Door ได้นักแสดงสาวอย่างซาร่าห์ เวย์น คาลไลน์จากซีรีส์ The Walking Dead มารับบทมาเรียนางเอกของเรื่อง และได้เจรามี่ ซิสโต้มารับบทไมเคิล พระเอกว่าที่คุณพ่อของหนังเรื่องนี้ 
ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำเป็นเหตุให้คุณแม่ลูกสองอย่างมาเรียต้องสูญเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยความโศกเศร้าจมปลักอยู่กับความผิดที่รู้สึกว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายตาย มาเรียจึงพยายามปรึกษากับแม่หมอว่าจะมีหนทางใดที่เธอจะได้พูดคุยกับลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย เธอจึงเดินทางไปยังวิหารโบราณเพื่อพูดคุยกับวิญญาณลูกชาย แต่มีข้อแม้ประการเดียวก็คือเธอสามารถพูดคุยกับลูกชายได้อย่างเดียวเท่านั้น และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด 

IMDB : tt3702652

คะแนน : 5.3

รับชม : 265 ครั้ง

เล่น : 104 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



The Other Side of the Door (2016) ดิ อาเธอร์ ไซด์ ออฟ เดอะ ดอร์

13729130_1289130821117716_7395591283798122780_n

โปสเตอร์ตัวนี้ของหนังมันดูแนวดีครับ ชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญสมัยก่อน ดึงดูดใจใช้ได้เลยทีเดียว ในขณะที่ตัวหนังจะว่าไปก็ไม่เลวครับ เพียงแต่อาจจะไม่ได้โดดเด่นเด็ดดวงถึงขนาดห้ามพลาดเท่านั้นเอง

เรื่องของแม่ (Sarah Wayne Callies) ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปในอุบัติเหตุ ทำให้เธอจมอยู่กับความเศร้า แล้ววันหนึ่งเธอก็พบว่าคนแถวนั้น (พอดีเธอย้ายไปอยู่อินเดียครับ) สามารถแนะนำวิธีการ “เอ่ยคำอำลาต่อผู้ที่จากไป” ให้กับเธอได้

ประมาณว่าพอทำพิธีแล้วจะสามารถเรียกวิญญาณผู้ที่จากไปให้มาอยู่หลังประตูบานหนึ่งได้ครับ โดยจุดประสงค์ก็คือเอ่ยคำอำลาและสั่งเสียกันเป็นครั้งสุดท้าย แต่มีข้อแม่แค่ข้อเดียวคือห้ามเปิดประตูบานที่ว่าเป็นอันขาด

แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ คุณแม่คนนั้นเปิดประตูบานต้องห้ามที่ว่า จากนั้นมันก็นำพาความสยองมาสู่ชีวิตและครอบครัวของเธอจนได้ แล้วเธอก็ต้องหาทางแก้ไขมันก่อนที่ชีวิตคนรอบตัวจะได้รับอันตราย

หนังเป็นแนวสยองลึกลับครับ มีตุ้งแช่บ้างพอประมาณ โดยรวมก็ถือว่าน่าติดตามในระดับหนึ่ง แม้บทสรุปตอนท้ายอาจจะคุ้นสำหรับคอหนังสยองก็ตาม แต่อย่างน้อยการเดินเรื่องมันก็โอเคครับ ไม่ลุ้นตลอด แต่ก็พอกล้อมแกล้ม

ของดีอย่างหนึ่งคือการแสดงที่ถือว่าพยุงหนังได้เหมือนกัน Callies ในบทแม่ก็เล่นได้ดีครับ ดูแล้วเชื่อในหลายฉากว่าเธอต้องการเจอลูกอีกครั้งจริงๆ จนไม่แปลกใจหากจะทำอะไรที่มันเสี่ยงภัย (อย่างการเปิดประตูผีที่ว่า) คือตอนนั้นอารมณ์ห่วงหามันนำพาให้หน้ามืดน่ะครับ ไม่รู้แล้วว่าผีหรือคน รู้แต่เป็นลูกของตนเลยพร้อมจะเปิดประตู เผื่อจะได้ลูกกลับมา

แล้วก็มี Jeremy Sisto ดาราที่เล่นบทสมทบบ่อย เช่นในเรื่อง Wrong Turn, Clueless หรือบทที่หลายคนอาจจะจำได้อย่างฆาตกรวายร้ายใน Hideaway ก็มาแสดงเป็น ไมเคิล สามีของนางเอกที่ต้องมาเผชิญเรื่องเลวร้ายอันเนื่องจากความรักลูกของภรรยาตนเอง ขานี้ก็แสดงได้เรื่อยๆ ครับ

จริงๆ พล็อตหนังจัดว่าไม่เลวนะ มีการผสมเอาความรักความห่วงใยมาเป็นเงื่อนไขให้เกิดเรื่อง ซึ่งดีอย่างหนึ่งที่หนังทำออกมาได้พอเหมาะ ไม่ได้ดูน่ารำคาญ อย่างฉากที่แม่พยายามจะเปิดประตูน่ะครับ หากทำออกมาไม่ดีหรือดาราเล่นไม่เหมาะ ผลจะออกมาชวนให้รำคาญได้เหมือนกันนะ

แต่กระนั้นฉากอื่นๆ ก็ดูเรื่อยไปนิดครับ ทั้งที่หนังยาวแค่ชั่วโมงครึ่งแต่ก็ยังแอบอืดและน่าเบื่ออยู่ในที พวกความสยองน่ากลัวถือว่ามาไม่มากดังคาด อันนี้ก็ยกความรับผิดชอบให้ Johannes Roberts ที่รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทครับ ซึ่งฝีมือก็ยังไม่แม่นเท่าไรครับ

ถึงอย่างนั้นผลงานชิ้นต่อไปของเขาก็น่าสนใจอยู่ เรื่อง In the Deep ซึ่งมาแนวเดียวกับ The Shallows ครับ แต่อันนี้จะเป็นเรื่องของหญิงสาวที่ไปติดอยู่ในกรงขณะกำลังดูฉลามกลางทะเล (แต่ถ้าฟังจากที่คนดูมาแล้ว ก็รู้สึกจะไม่ได้เด็ดอะไรมาก แต่ก็น่าจะดีกว่าเรื่องนี้ครับ)

สรุปว่าตัวหนังก็เรื่อยๆ ครับ ลึกลับบ้าง แต่ก็ไม่เกินคาดเดา มีความน่ากลัวบ้างแต่ก็ไม่ได้หลอนจัดๆ จนต้องจดจำ ดีที่ได้การแสดงที่โอเคมาช่วยหนังไว้ และบรรยากาศของอินเดียที่บางฉากก็เพิ่มความลึกลับให้หนังได้เหมือนกัน

เกร็ดที่น่าสนใจหน่อยของหนังเรื่องนี้คือ บ้านที่ตัวเอกไปอยู่ในเรื่องนั้น คือบ้านเกิดของ Rudyard Kipling ผู้ประพันธ์ เมาคลี ลูกหมาป่านั่นเองครับ ซึ่งถือเป็นบ้านที่สวยไม่น้อยเลย ตอนแรกก็เอะใจล่ะครับว่าบ้านมันดูดีจัง พอรู้ก็ถึงบางอ้อเลย