ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015) เต็มเรื่อง

ดูหนัง Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015) เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังดราม่า

เรื่องย่อ : ดูหนัง Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015) เต็มเรื่อง

ดูหนัง Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015) เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015)
Steve Jobs (2015) เป็นการเล่าเรื่องราวเบื้องหลังก่อนงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Steve Jobs (Michael Fassbender จาก X-Men: First Class และ 12 Years a Slave) สามครั้ง ได้แก่ Apple Macintosh รุ่นออริจินัล (1984), NeXT Computer (1988), และ iMac (1998)
โดยหนังเน้นที่ปมปัญหาครอบครัวของ Steve Jobs กับภรรยาคนแรก Chrisann Brennan (Katherine Waterston) และลูกสาวคนโต Lisa (Makenzie Moss, Ripley Sobo, และ Perla Haney-Jardine ตามลำดับอายุวัยทั้งสามช่วง) รวมถึงปัญหาของเขากับอดีต CEO John Sculley () และอดีตเพื่อนรัก Steve Wozniak () ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกันมาตั้งแต่อยู่ในโรงรถ
โดย Steve Jobs มี Joanna Hoffman (Kate Winslet จาก Titanic) เป็นผู้ช่วยคู่บุญ ที่คอยช่วยเหลือจัดการทุกอย่างให้เขามาตลอดกว่ายี่สิบปี ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

IMDB : tt2080374

คะแนน : 7.2

รับชม : 36 ครั้ง

เล่น : 8 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



Steve Jobs สตีฟ จ็อบส์ (2015)

หนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องของสตีฟตั้งแต่เยาว์วัยก็วันสิ้นชีวิต ไม่ได้บอกเล่าทุกชิ้นงาน ทุกตัวละครที่รายล้อมรอบตัวเขา แต่เลือกเอามาเฉพาะช่วงเวลาเด่นๆ ที่พอจะเกาะเกี่ยวไปด้วยกันกับสิ่งที่ต้องการจะเล่าสักสองสามสิ่ง

นักแสดงแต่ละคน ตัวละครแต่ละตัว ถึงใจมาก!

ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ที่สวมบทบาทตัวสตีฟ จ็อบส์ ที่ใครๆ อาจจะมองในแว้บแรกว่า “เหมือนตรงไหน” แต่ด้วยความสามารถในการแสดงของเขา สามารถทำให้ทุกคนเชื่อได้ทันทีว่าเขาคือสตีฟ จ็อบส์ อย่างไม่ต้องสงสัย กับอุปนิสัยกวนตีน ขวานผ่าซาก ปากจัด อีกทั้งยังมีความอ่อนไหวข้างในใจเรื่องครอบครัว

เหล่านี้ เขาแสดงมันออกมาได้อย่างสุดยอดมาก

หนังชีวประวัติ Steve Jobs

อีกตัวที่โดดเด่นควรคู่กับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจริงๆ ก็คือ เคต วินสเล็ต ที่สวมบทบาทเป็นโจแอนนา หญิงสาวที่อยู่ข้างกายจ็อบส์ตลอดเวลา การปะทะคารมที่เกิดขึ้นเกือบจะทั้งเรื่องทำให้เห็นว่าเธอจำบทยาวๆ ได้เก่งแค่ไหน เล่นบทส่งอารมณ์ได้ดีเพียงใด แถมยังได้บทพูดที่ทรงพลังไปครองอีกต่างหาก

ขณะที่นักแสดงอีกหลายคนต่างทำหน้าที่ได้ดีครบเซ็ตจริงๆ

บทหนังที่สมควรได้รับการยกย่อง

จุดที่เด่นมากที่สุดจุดหนึ่งของหนังอย่าง ‘Steve Jobs’ ก็คือ “บทหนัง” ที่เขียนโดย Aaron Sorkin (Moneyball, The Social Network, Charlie Wilson’s War) ด้วยการวางโครงเรื่องเป็น 3 องก์ด้วยกัน และแต่ละองก์ก็จะมีเหตุการณ์หลักเกาะเกี่ยวอยู่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

ที่เราจะไม่ได้เห็นลีลาการโชว์ตัวเลยสักวินาที

แต่ละองค์จะมีวิธีในการพัฒนาของตัวมันเอง และแสดงให้เห็นถึงความเกรียนในตัวของจ็อบส์ได้อย่างดี ทั้งนี้เพราะซอร์คินเลือกจะหยิบเอาเหตุการณ์หลังเวทีหรือก่อนขึ้นพูดเปิดตัวมาเป็นส่วนของการเล่าเสียมาก ปมที่เล่าจึงเหลืออยู่จำกัดพอให้ขับเน้นในด้านของชีวิตการงานก่อนและหลังระเห็จออกจากแอปเปิล

อีกปมเล่าถึงชีวิตครอบครัวที่แสนจะไม่สมบูรณ์ ผิดแผกไปจากผลิตภัณฑ์ที่เขาจะทำให้มันสมบูรณ์ที่สุด(ในความคิดของเขา) แม้มันจะแลกมาด้วยความขัดแย้งต่างๆ ในร่องรอยทาง

หนังเน้นหนักไปที่การปะทะคารมกันระหว่างตัวละคร ที่ต่างก็สาดใสความคิดของตนเข้าหากัน การตัดต่อแบบสลับไประหว่างเหตุการณ์ของคนคู่เดิมแต่ต่างเวลา ก่อนจะนำไปสู่บทสรุปที่กินใจผู้คน

ซึ่งนั่นทำให้ทุกคนต่างชื่นชมในบทหนังเรื่องนี้…

รอยแผล…ของศาสดาผู้ได้รับการเชิดชู

เขาไม่ใช่คนดีเด่อะไรนัก ออกจะเผด็จการเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ มีแนวความคิดที่ไม่เหมือนใครและจริงจังที่จะทำให้ทุกคนทุกอย่างเดินไปตามเส้นทางที่เขาเชื่อ และดูเหมือนบทหนังก็เหมือนจะพยายามยิ่งที่จะแสดงให้เราเห็นทั้งสองฝั่งของความเป็นคนอย่างเขา

ในด้านหนึ่ง เขาดูจะจริงจังกับการสร้างผลิตภัณฑ์และการเปิดตัวที่เนี้ยบสมบูรณ์แบบ จนดูเป็นคนที่ไม่น่าคบหา ไม่ประนีประนอมต่ออะไรสักอย่าง แต่ในอีกด้าน เขาก็มีอดีตที่เป็นปมส่งมาถึงปัจจุบัน เขาไม่ยอมรับในตัวลิซ่าว่าเป็นลูกของตน จนถึงขนาดไม่ส่งเสียไม่เลี้ยงดู

เหตุการณ์ทั้งหมด ถูกเก็บไว้ในความทรงจำตลอด 15 ปีของโจแอนนา

บางที หนังอาจจะอยากบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็อาจจะไม่ใช่อัจฉริยะอะไรอย่างที่หลายคนยกย่องให้เป็นศาสดา หนังอาจอยากบอกว่า แม้แต่คนไม่ธรรมดา ก็มีจุดอ่อนแออ่อนไหวที่ต้องแก้ไข และอาจต้องได้รับคำแนะนำ

โปสเตอร์หนัง Steve Jobs กำกับโดย Danny Boyle

เขาอาจเป็นเพียงคนคุมวงออร์เคสตร้า แต่ไม่ได้เก่งในการเล่นดนตรีสักชิ้น เขาอาจได้รับชื่อเสียง เป็นตัวแทนของทุกสิ่งที่ผุดขึ้นมาภายใต้โลโก้แอปเปิ้ลอันเว้าแหว่ง แต่คนที่สร้างจริงๆ นั้นเป็นใคร สุดท้าย สิ่งอันยิ่งใหญ่ที่คนมากมายบนโลกนี้ขานรับและซื้อไปใช้ อาจจะมีที่มาเพียงง่ายๆ ที่เราอาจไม่รู้ว่าตรงไหนจริงมาก น้อย หรือเป็นแค่คำลือ

แต่หลายคนก็น้ำตาซึมไปแล้วกับ ‘Steve Jobs’

ปล. กระนั้น ‘Steve Jobs’ ก็ไม่ใช่หนังที่ทุกคนจะชอบ หรือจะเหมาะกับทุกคน การจะเข้าใจเรื่องราวอาจจำต้องเป็นคนที่เคยอ่านหรือรู้รายละเอียดชีวิตมาบ้าง แม้กระทั่งเคยชมภาพยนตร์ชีวประวัติของเขาเรื่องก่อนอย่าง ‘Jobs’ มาบ้าง ก็จะช่วยให้เข้าใจบางส่วนได้มากขึ้น หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาเชือดเฉือนคมคาย เพราะฉะนั้น จะต้องใช้พลังในการอ่านซับและทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน

ช่วงเวลาองก์แรกของหนังอาจจะรู้สึกหนักอึ้งอยู่สักหน่อยกับวิธีการเล่าของมัน เหมือนหนังจะไม่ประนีประนอมกับคนดูอย่างที่สตีฟ จ็อบส์ ไม่ประนีประนอมกับใครในการทำงาน แต่เมื่อคุณผ่านไปถึงครึ่งหลัง คุณจะคุ้นชินกับหนังมากขึ้นและการเล่ามาทั้งหมดจะขมวดปมให้คุณได้อินกับหนังมากขึ้นในช่วงท้าย

หนังดูเหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ก็แค่กับผู้หญิงบางคนเท่านั้นนะ