ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Jurassic Park 3 2001 เต็มเรื่อง

ดูหนัง Jurassic Park 3 2001 เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น , หนังผจญภัย , หนังวิทยาศาสตร์ Sci-fi , หนังระทึกขวัญ

เรื่องย่อ : ดูหนัง Jurassic Park 3 2001 เต็มเรื่อง

ดูหนัง Jurassic Park 3 2001 เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Jurassic Park 3 2001
เขาอุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อศึกษาเรื่องไดโนเสาร์ แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน... อีกครั้ง !!
เมื่อ 8 ปีก่อน ดร.อลัน แกรนท์ (แซม นีลล์) นักซากโบราณวิทยาระดับแนวหน้าท่านหนึ่งของโลก สงสัยอย่างยิ่งเมื่อได้รับคำเชิญ ของนักการอุตสาหกรรมอย่าง จอห์น แฮมมอนด์ แฮมมอนด์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการเห็นดีเห็นงามจากแกรนท์เกี่ยวกับโปรเจ็ค จึงเสนอให้แกรนท์และผู้ร่วมงาน เข้าชมโครงการล่าสุดของบริษัทอินเจน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกมหัศจรรย์ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะอิสลา นูบลาร์ (Isla Nublar) เกาะอันห่างไกล ที่อยู่ใกล้เขตคอสตาริกา นั่นคือ "จูราสสิคพาร์ค" ซึ่งไม่เหมือนกับที่ใด ๆ ในโลกสมัยใหม่ เพราะผู้ชมจะได้สัมผัสกับสัตว์โลกยุคหิน "ไดโนเสาร์" ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมใหม่
แต่สำหรับทุกคนที่ไปด้วยกับแฮมมอนด์ การเดินทางครั้งนั้นกลายเป็นฝันร้ายในทันใด เมื่อเวโลซิแรพเตอร์, ทีเร็กซ์ และบรรดาสัตว์ก่อนประวัติศาสตร์ทั้งหลาย กำลังเข้ายึดจูราสสิคพาร์ค หลังจากรอดตายอย่างหวุดหวิด แกรนท์ตัดสินใจลืมเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าโดยส่วนตัวเขาจะกลัว แต่เขายังคงยืนยัน ที่ศึกษาเรื่องไดโนเสาร์ต่อไปเหมือนเดิม...
8 ปีต่อมา การล่มสลายของบริษัทอินเจน อีกทั้งบรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อการวิจัยเรื่องไดโนเสาร์ ทำให้การหาทุนทั้งของรัฐ และส่วนตัวเริ่มหดหาย แกรนท์เริ่มหมดหวังที่จะหาทุน ในการวิจัยเรื่องทฤษฎีความเฉลียวฉลาด ของเวโลซิแรพเตอร์ และเริ่มหวั่นไหวเมื่อ พอล เคอร์บี (วิลเลียม เอช. เมซี่) นักผจญภัยผู้มั่งคั่ง และภรรยา อแมนด้า (ที เลโอนี) เสนอเงินงบประมาณให้เขา แลกเปลี่ยนกับการพาทั้งสอง ไปท่องเที่ยวดินแดนแห่งความฝันอย่าง อิสลา ซอร์นา สถานที่แห่งที่สอง ในโครงการของอินเจน ใกล้ ๆ กับอิสลา นูบลาร์ เกาะที่โดดเดี่ยว แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์โบราณของแฮมมอนด์ ซึ่งดึงดูดนักแสวงหาความตื่นเต้น ที่โหยหาประสบการณ์แปลกใหม่
บนเครื่องบิน เขาสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อนักบินเตรียมที่จะลงจอดที่เกาะนี้ แกรนท์ทั้งโกรธและตกใจ เขาเริ่มทักท้วง แล้วจู่ ๆ เจ้าสัตว์ขนาดยักษ์ก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นที่ลานบิน
อีกครั้งเมื่อต้องยืนอยู่บนเกาะ ท่ามกลางพวกไดโนเสาร์ ที่ได้รับการโคลนทางพันธุกรรมอาศัยอยู่ ในที่สุด แกรนท์ก็ค้นพบเหตุผลที่แท้จริง ซึ่งนายทุนของเขาปิดบังเขา เมื่อเชิญเขาเดินทางมาครั้งนี้ การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการชมธรรมชาติเท่านั้น แต่ความจริงเป็นภาระกิจการค้นหา และช่วยชีวิต ความจริงแล้ว สองสามีภรรยาเคอร์บีเป็นแค่ชนชั้นกลาง ทั้งสองเคยหย่ากัน และกลับมาคืนดีกัน ด้วยเหตุผลเดียวคือการตามหา อีริค (ทรีเวอร์ มอร์แกน) ลูกชายวัยสิบสี่ปีซึ่งหายไป ขณะที่ไปพักร้อนกับเพื่อนชายของอแมนด้า เมื่อทั้งสองรู้ว่า แกรนท์เคยไปที่จูราสสิคพาร์ค และกำลังประสบปัญหาการเงิน ทั้งสองจึงกุเรื่องขึ้น และวางแผนเพื่อหวังให้มีมัคกุเทศน์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อนำทั้งสองไปพบลูกชาย แต่ทั้งสองมองข้ามความจริงที่ว่า การเดินทางมาครั้งก่อนของแกรนท์นั้น คือเกาะอิสลา นูบลาร์ ไม่ใช่อิสลา ซอร์มา
บัดนี้ทั้งสองพยายามที่จะตามหาอีริค และต้องพยายามออกจากเกาะขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ กลุ่มติดเกาะกลุ่มนี้ ต้องเผชิญกับสัตว์ชนิดใหม่ที่น่ากลัว ซึ่งอินเจนปิดเป็นความลับ รวมทั้งเจ้าสไปนอซอรัส ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถล่าเหยื่อได้ทั้งบนบกและในน้ำ และ เจ้าพเทโรนาดอน บินได้ และ ดร.อลัน แกรนท์อยู่ในภาวะจำยอม ที่ต้องพิสูจน์ทฤษฎีความเฉลียวฉลาดของแรพเตอร์ ด้วยประสบการณ์ของเขาเอง

IMDB : tt0163025

คะแนน : 5.9

รับชม : 210 ครั้ง

เล่น : 89 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



ย้อนรอยตำนาน Jurassic Park ไตรภาค ตอนที่ 3

Jurassic Park III ไดโนเสาร์พันธุ์ดุ
2001, Joe Johnston

ที่มาที่ไป


แม้ว่าภาคสองจะทำรายได้น้อยกว่าภาคแรก แต่ก็ยังเป็นรายได้ร่วม 10 เท่าของทุนสร้างอยู่ดี ดังนั้นก็ไม่แปลกนักที่จะมีโอกาสสร้างภาค 3 ของแฟรนไชส์นี้ ซึ่งภาคนี้นั้นผู้กำกับสปีลเบิร์กได้ส่งไม้ต่อกับ โจ จอห์นสตัน หนึ่งในแฟนจูราสสิกปาร์คที่อย่างมีส่วนร่วมกับตำนานนี้มานาน ให้เป็นผู้กำกับภาคต่อในครั้งนี้ และด้วยความเป็นภาคต่อนี้เอง มันจึงมีความพิเศษที่แตกต่างจากสองภาคที่แล้วอยู่บางประการครับ

 

    เดิมที จูราสสิกปาร์ค 2 ภาคแรก ได้ยึดเค้าโครงเรื่องจากนิยายที่ประพันธ์โดยไมเคิล คริชตัน และดัดแปลงเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนหลาย ๆ จุด มีหลายฉากที่เพิ่มเข้ามาใหม่และมีหลาย ๆ ฉากที่ถูกตัดออกไป ซึ่งบางฉากนั้นเอง ก็ถือเป็นจุดเด่นที่ยังไม่เคยปรากฏในภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ อีกด้วย และฉากเหล่านั้น ก็จะมีให้ได้ชมกันในภาพยนตร์ภาคที่ 3 นี้ครับ

    อนึ่ง ภาคที่ 3 นี้ เป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่ไม่ได้อิงต่อนิยายส่วนใด ๆ ทั้งสิ้น และรวม ๆ สเกลของเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวพันใหญ่โตเท่าใดนัก อาจจะเรียกได้ว่า เป็นการกลับมาอีกครั้งให้แฟน ๆ หายคิดถึงกันมากกว่า ซึ่งผลของมันจะดีหรือไม่ดีนั้น มาลองดูกันครับ


อีก 4 ปีให้หลังเหตุการณ์ทีเร็กซ์บุกซานดิเอโกให้ภาคที่แล้ว หรือ 8 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก ซึ่ง ดร.อลัน แกรนท์ ได้โสดสนิทเพราะอดีตแฟนสาว ดร.เอลลี่ แต่งงานไปมีครอบครัวกับชายอื่นเรียบร้อยแล้ว เขาก็ใช้ชีวิตนักวิทยาศาสตร์บรรพชีวินไปวัน ๆ แต่ก็มีหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงชื่อว่า บิลลี่ เป็นศิษย์เอกที่เขาคิดจะปั้นให้เป็นนักบรรพชีวินที่เก่งกาจในอนาคต

แต่แล้วก็งานเข้าอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ สามีภรรยาพอลและอแมนด้า เคอร์บี้ ได้ว่าจ้างให้ ดร.แกรนท์ เป็นไกด์นำทัวร์ขึ้นเครื่องบินเที่ยวชมเกาะอิสลา ซอร์น่า (เกาะในภาค 2) ที่มีไดโนเสาร์ใช้ชีวิตอย่างอิสระเป็นจำนวนมาก ด้วยค่าจ้างอย่างงาม พร้อมทั้งโอกาสที่ทำให้เขาได้ไปสำรวจชีวิตไดโนเสาร์เป็น ๆ อีกครั้งที่เป็นผลดีต่อการวิจัยอย่างยิ่ง ซึ่งก็ทำให้ ดร.แกรนท์ ตัดสินใจตกลงรับงานนี้

ทว่าแทนที่จะเป็นการบินเที่ยวชมเกาะในระยะปลอดภัย คู่สามีภรรยาเจ้าปัญหากลับให้เครื่องบินลงจอด เพราะแท้จริงแล้ว ดร.แกรนท์ ถูกหลอก เนื่องจากทั้งสองต้องการตามหาลูกชาย เอริค เคอร์บี้ ที่หายสาบสูญไประหว่างมาล่องเรือเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ต่างหาก!

และด้วยความอ่อนประสบการณ์ของคู่สามีภรรยาเคอร์บี้ในครั้งนี้ ก็พาทุกคนเข้ามาอยู่กลางดงสัตว์โลกล้านปีสุดอันตรายอีกครั้ง แต่คราวนี้ มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดารอคอยพวกเขาอยู่ นั่นก็คือ ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในโครงการจูราสสิกปาร์คของ InGen มาก่อน มันมาได้อย่างไร และพวกเขาจะพบตัวเอริค และรอดชีวิตออกจากเกาะนี้ได้หรือไม่!?

ตัวละครหลัก

    ตัวละครมนุษย์ในภาคนี้กลับลดจำนวนลงมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เหมือนภาคแรก นำโดย ดร.แกรนท์ เจ้าเก่า ที่ได้มาเยือนอิสลา ซอร์น่า เป็นครั้งแรก พร้อมกับ บิลลี่ ศิษย์เอกไฟแรง และสองสามีภรรยาพอลและอแมนด้า เคอร์บี้ ร่วมด้วยทีมนักบินผู้โชคร้ายอีกจำนวนหนึ่ง

    และอีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจก็คือ เอริค เคอร์บี้ เด็กหนุ่มติดเกาะท่ามกลางไดโนเสาร์ที่เฉลียวฉลาดเกินพอที่จะเอาชีวิตรอดมาได้นานนับสัปดาห์จนกระทั่งได้พบกับพ่อแม่อีกครั้ง

ไดโนเสาร์เด่น ๆ

Spinosaurus (สไปโนซอรัส) – ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ซึ่งเป็นประเภทกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยรูปร่างแปลกพิสดารจากศีรษะยาวคล้ายจระเข้ และแผงกระโดงหลังระบายความร้อนขนาดใหญ่ ในภาพยนตร์นี้ได้ออกแบบให้มันเป็นสัตว์นักล่าทั้งบนบกและในน้ำที่แข็งแกร่งทรงพลัง แต่หลังจากภาพยนตร์นี้ออกฉายไม่กี่ปี ก็มีการค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์ขึ้นพร้อมกับผลวิจัยใหม่ที่ยืนยันได้ว่า มันเป็นไดโนเสาร์ที่ขาหลังสั้นเกินกว่าจะยืนสองขาได้ และไม่ได้แข็งแกร่งว่องไว้ขนาดในภาพยนตร์ ซึ่งอาหารหลักของมันคือปลาตามแหล่งแม่น้ำเท่านั้น ในทางกายภาพมันจึงไม่มีอะไรที่สู้ทีเร็กซ์แบบในภาพยนตร์ได้เลย

Velociraptor (เวโลซิแรปเตอร์) – แรปเตอร์ในภาคนี้กลับมาเป็นอีกหนึ่งไดโนเสาร์บทบาทเด่นอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเกาะเดียวกับภาค 2 แต่พวกมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งความฉลาด การวางระบบล่าเหยื่อที่มีแบบแผน รูปโฉม และยังมีการส่งเสียงสื่อสารกันเป็นรูปแบบเฉพาะอีกต่างหาก นับว่าเป็นอันตรายที่น่าทึ่งมากสำหรับ ดร.แกรนท์

Pteranodon (เทอราโนดอน) – สัตว์เลื้อยคลานมีปีกขนาดยักษ์คล้ายนกที่มีชื่อเสียงที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง เดิมทีมีบทบาทในนิยายทั้งสองภาคแรก แต่ด้วยแนวทางการนำเสนอของภาพยนตร์มันได้ถูกตัดออกอย่างน่าเสียดาย แต่ในภาคนี้มันจะมาเป็นความน่ากลัวรูปแบบใหม่กลางเวหาที่เข้ารุมโจมตีเหล่าตัวเอกนี้อย่างเหี้ยมโหดและลุ้นระทึก

    Tyrannosaurus Rex (ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์) – T-Rex ในภาคนี้ถูกลดทอนความโดดเด่นลงให้แก่น้องใหม่ที่ตัวใหญ่กว่าอย่างสมบูรณ์ ในภาคนี้มีปรากฏตัวเพียงตัวเดียวซึ่งไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักและไม่มีข้อมูลบ่งบอกว่ามันเป็นตัวใดตัวหนึ่งจากภาคที่แล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทีเร็กซ์ผู้น่าสงสารตัวเดียวนี้มีบทบาทเพียงไม่กี่นาทีให้เป็นหนูลองยาแสดงกำลังของสไปโนซอรัสเท่านั้น

    นอกนั้นก็ยังมีไดโนเสาร์หลากสายพันธุ์ให้ได้เห็นอยู่บ้าง เช่น แบรคิโอซอรัส หรือเจ้าตัวเล็กคอมพ์ซอกนาธัสจากภาคก่อน ๆ แต่ก็มีปรากฏตัวเพียงช็อตสั้น ๆ เท่านั้น และยังมีพันธุ์ใหม่อย่าง แองคีโลซอรัส ไดโนเสาร์ติดเกราะหางลูกตุ้ม หรือ เซราโตซอรัส ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง ซึ่งก็มีบทบาทประกอบฉากเพียงเล็กน้อยเช่นกัน

ฉากเด่นน่าจดจำ

-    ฉากเปิดตัวสไปโนซอรัสทุกระยะตั้งแต่ไล่ล่าคนบนเครื่องบิน ไปจนถึงฉากเด็ดในตำนานอย่างการปะทะกับทีเร็กซ์ ที่แม้จะเป็นฉากสั้น ๆ แต่ก็ดุเดือดไม่ใช่น้อย อีกทั้งมันยังเป็นฉากที่ขุ่นเคืองฝังใจแฟน ๆ ซีรี่ยส์นี้อยู่มากทีเดียวที่ให้วายร้ายในดวงใจตลอดสองภาคถูกน้องใหม่หน้าตาประหลาดโค่นลงได้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที!

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
-    ฉากการอาละวาดของแรปเตอร์ภาคนี้ที่แม้จะไม่ได้ไล่ล่ากันในพื้นที่ปิดล้วน ๆ เหมือนภาคแรก แต่ผู้ชมจะสามารถสัมผัสได้ว่ามันมีอะไรที่น่ากลัวกว่าเดิม ทั้งการวางกับดักล่อมนุษย์ ส่งสัญญาณสื่อสารกัน หรือการดักซุ่มล้อมโจมตี หรือแม้กระทั่งหน้าตาของมันที่ถูกออกแบบใหม่ให้ฉูดฉาดแต่ดูอันตรายกว่าเดิมด้วย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
-    ฉากการโจมตีของเทอราโนดอนในกลุ่มหมอกที่ทรงพลังและน่ากลัวในรูปแบบที่ไม่เคยมีในจูราสสิกปาร์คมาก่อน ซึ่งเป็นฉากที่เคยถูกวางไว้ในลักษณะคล้าย ๆ กันในนิยายภาคสอง แต่ก็ถูกตัดออกไป และมันก็กลับมาในภาพยนตร์ได้อีกครั้งในภาคนี้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
-    ฉากการโจมตีของสไปโนซอรัสกลางแม่น้ำ เป็นอีกฉากหนึ่งที่ถูกตัดออกไปในจูราสสิกปาร์คภาคแรก และมันก็กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ภาคนี้ และเปลี่ยนบทบาทจากทีเร็กซ์เป็นสไปโนซอรัสแทน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สรุป

    เป็นภาคที่เรียกได้ว่ากระแสตอบรับนั้นเสียงแตกอีกภาคหนึ่ง ประการแรกคือ ภาคนี้สปีกเบิร์กไม่ได้กำกับด้วยตัวเอง และมือเขียนบทก็ไม่ใช่คนเดิม และอีกประการคือเป็นเนื้อเรื่องใหม่ล้วน ๆ ดังนั้นมาตรฐานความคาดหวังจึงมีความหลากหลายมาก คนที่คาดหวังสูงโดยการเปรียบเทียบกับภาคก่อน ๆ ภาคนี้อาจจะเป็นความผิดหวังอย่างรุนแรงในหลายด้านเลยทีเดียว แต่คนที่ไม่ตั้งความหวังเพราะเปลี่ยนมือผู้กำกับ ก็จะยังรู้สึกสนุกกับภาคนี้ได้อยู่ และบางท่านอาจรู้สึกว่าภาคนี้ครบรสกว่าภาค 2 อีกด้วย

    จุดที่ถูกตำหนิหลัก ๆ ของภาคนี้ก็คือ เนื้อเรื่องที่ถูกวางให้เริ่มและจบอย่างง่าย ๆ เพียงตั้งโจทย์ให้เข้าไปตามหาคนในเกาะ และหนีตายออกมาได้ ซึ่งไม่ได้มีความลุ่มลึกของเนื้อหาอย่างที่ภาคแรกเคยทำไว้ และอีกจุดหนึ่งที่แฟน ๆ ไม่ค่อยปลื้มกันจริงจังก็คือการนำเอาสไปโนซอรัสมาโค่นทีเร็กซ์แล้วชิงตำแหน่งไดโนเสาร์ตัวนำไปอย่างง่าย ๆ นั่นเอง

    แต่อย่างไรก็ตาม ภาคนี้ก็มีจุดที่ดีและอาจจะเรียกได้ว่าดีกว่าภาคที่ผ่าน ๆ มาเลยอีกด้วย โดยเฉพาะในด้านของนวัตกรรมไดโนเสาร์ ที่มีความละเมียดละไมยิ่งกว่าเดิม เทคนิคซีจีต่าง ๆ สมบูรณ์แบบมากขึ้น และไอเดียการนำเสนอตัวไดโนเสาร์มีลูกเล่นที่น่าสนใจกว่าแต่ก่อน ทั้งในตัวสไปโนซอรัสที่คุกคามดุเดือดกว่าทีเร็กซ์ในทุกภาคที่ผ่านมา (แต่หน้าตามันไม่น่ากลัวเท่า ราศีไม่จับ บารมีไม่เกิด) แรปเตอร์ที่ฉลาดยิ่งกว่าเดิมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมถึงมีการออกแบบแยกแยะสีสันระหว่างตัวผู้ (ตัวสีเขียวเข้มลายสีขาว มีหงอน) กับตัวเมีย (ตัวสีขาวลายจุดดำ ไม่มีหงอน) ซึ่งสร้างเอกลักษณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างดี และตัวเทอราโนดอนที่ใช้เทคนิคงานสร้างอันซับซ้อนซึ่งผลออกมาก็ทำให้ได้ฉากการไล่ล่าที่ตื่นตาตื่นใจเต็มอิ่มเช่นกัน


(แรปเตอร์จากทั้งสามภาค จากซ้ายไปขวา 1-2-3)

    นอกจากนี้ ตัวละครหลัก ๆ แต่ละคนล้วนทำหน้าที่ได้ดีกว่าภาพรวมในภาคที่ 2 เช่นตัวเด็กหนุ่มเอริคที่แม้จะเป็นตัวละครเด็กแต่ก็มีความเฉลียวฉลาดเป็นประโยชน์ต่อพวกพ้อง และตัวบิลลี่ศิษย์เอกของ ดร.แกรนท์ที่ออกลุยในทุกสถานการณ์จนดูพึ่งพาได้ไม่แพ้ ดร.แกรนท์ ซึ่งดูแก่กว่าเดิมเยอะ และในมุมของความรักของครอบครัวก็สอดแทรกเข้ามาได้ไม่ดูเป็นส่วนเกินของภาพรวมตลอดเรื่อง ฉะนั้นหากไม่นำไปเทียบกับภาคก่อน ๆ แล้ว ก็คือว่าจูราสสิกปาร์ค 3 เป็นภาพยนตร์ผจญภัยหนีตายจากไดโนเสาร์ที่ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียวครับ เพราะครบรสทั้งตื่นเต้น ซีเรียส ลุ้นระทึก และยังคงสอดแทรกอารมณ์ขันหรือกิมมิคเล็ก ๆ เป็นพัก ๆ

    และอีกประการหนึ่ง แม้ว่าจะมีหลายความเห็นที่ให้แยกภาค 2 และ 3 ออกจากไทม์ไลน์ที่โยงกับจูราสสิกเวิร์ลด์ที่กำลังจะฉาย แต่จริง ๆ แล้ว ภาค 3 นี้กลับมีส่วนเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ภาคล่าสุดอยู่จุดหนึ่งใหญ่ ๆ เลยทีเดียว ก็คือเรื่องของ สไปโนซอรัส ไดโนเสาร์สุดอันตรายที่มีที่มาลึกลับ อันที่จริงแล้วเป็นหนึ่งในปมที่ผู้สร้างพยายามปูไว้สำหรับทำภาคต่อ (ที่ขณะนั้นสุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้ทำ) เพราะภายหลังก็ได้มีการเปิดเผยว่า หลังจากจอห์น แฮมมอนด์เสียชีวิตไปแล้ว บริษัท InGen นั้นก็ประสบปัญหาจากความล้มเหลวที่จะเปิดปาร์คถึง 2 รอบ จึงได้มีการขายกิจการให้บริษัทใหม่เข้ามาบริหารต่อ และบริษัทนี้เอง ก็ได้แอบทดลองการเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์ในเกาะอิสลา ซอร์น่าแห่งนี้ โดยสไปโนซอรัส ก็คือผลผลิตหนึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเอง

    จนกระทั่ง 14 ปีต่อมา จึงได้เปิดเผยจุดเชื่อมโยงทั้งหมดว่า บริษัท Masrani คือผู้ซื้อกิจการของ InGen ต่อ และเปิดสวนสัตว์ไดโนเสาร์ขึ้นอีกครั้ง ในนาม จูราสสิกเวิร์ลด์ นั่นเอง