ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2 (2015) เต็มเรื่อง

ดูหนัง The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2  (2015) เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังตลก , หนังดราม่า

เรื่องย่อ : ดูหนัง The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2 (2015) เต็มเรื่อง

ดูหนัง The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2  (2015) เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2  (2015)
ดูหนังออนไลน์ The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2ภาคต่อของหนังเล็กๆ แต่น่ารักที่ทำรายได้เกินคาด จนต้องมีภาค 2 ต่อมา ครั้งนี้โรงแรมสำหรับผู้สูงอายุที่แสนจะอบอุ่นด้วยการต้อนรับจากเจ้าของหนุ่มชาวอินเดีย (เดฟ พาเทล) และผู้จัดการโรงแรมที่ล่วงรู้และเก็บงำความลับ บรรดาแขกผู้มาพัก (แม็กกี้ สมิธ) ต้องต้อนรับลูกค้าเก่าๆ ที่กลับมากันเกือบครบหน้า แต่ปัญหาอยู่ที่แขกหน้าใหม่สองราย (หนึ่งในนั้นรับบทโดย ริชาร์ด เกียร์) ที่เดินทางมาพัก แต่พบว่ามีห้องว่างเหลือเพียงห้องเดียว!!!

IMDB : tt2555736

คะแนน : 6.6

รับชม : 50 ครั้ง

เล่น : 6 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



The Second Best Exotic Marigold Hotel โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ 2  (2015)

หนังเปิดตัวด้วยความเป็นมาของตัวละครมากมายหลายคนในเวลาเดียวกันอย่างชาญฉลาด แค่ฉากสั้นๆ ก็เล่าเรื่องให้เข้าใจได้อย่างน่าทึ่ง เป็นการแนะนำตัวละครสว.แต่ละคนในเรื่องซึ่งอยู่ในลอนดอน และต่างกำลังประสบปัญหาชีวิตวัยทองที่ไม่ซ้ำแบบ ตั้งแต่แม่ม่ายผัวตายกระทันหันทิ้งหนี้สินไว้ให้เพียบ ผัวเมียวัยเกษียณที่หาความลงตัวไม่ได้ในชีวิตเมียก็มีแต่ความไม่สบอารมณ์มองโลกในแง่ลบ ผัวก็เอาแต่ยอมตามใจมองโลกในแง่ดี หรือสาวแก่ที่กำลังประสบปัญหาสุขภาพและต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพก ซึ่งทางเดียวที่จะได้ทำทันทีโดยไม่ต้องรอคิวคือโรงพยาบาลในอินเดีย ผู้พิพากษาที่รีไทร์ตัวเองเพราะอยากกลับไปเห็นหน้าคู่รัก(ชาย)ชาวอินเดียซึ่งพลัดพรากกันตั้งแต่หนุ่มๆเป็นครั้งสุดท้าย หรือ พ่อม่ายนักรักที่ไม่ยอมแก่และล่ารักไม่รู้จบหรือแม่ม่ายที่ยังฝันที่จะได้สามีใหม่ดีๆ อีกสักคน?

และด้วยการตัดสลับเหตุการณ์ไปมาอย่างมีชั้นเชิง ในขณะเดียวกันก็นำเสนอไตเติลของเรื่องเป็นการแนะนำตัวโรงแรมThe Best Exotic Marigold Hotel ไปในตัว ผู้กำกับได้นำคนดูเข้าสู่แรงจูงใจของตัวละครในการตัดสินใจเดินทางไปหาหนทางใหม่ในชีวิตที่อินเดียด้วยการลำดับภาพที่เหนือชั้น ทั้งๆ หากเรามองลึกลงไปใน motive ของแต่ละคนอาจจะยังไม่เข้าใจถ่องแท้นักว่าทำไมถึงตัดสินใจพาตัวเองข้ามโลกไปไกลขนาดนั้น หากแต่กลวิธีนำเสนอแบบลัดเวลาของภาพยนตร์และจังหวะจะโคนที่ลงตัว ก็สามารถทำให้คนดูจินตนาการได้และยอมรับโดยปริยาย

น่าทึ่งที่ Ol Parker ผู้เขียนบทภาพยนตร์ได้เรียบเรียงเรื่องราวอันยุ่งเหยิงเหล่านี้ได้ลงตัวอย่างชวนติดตาม(โดยไม่งุนงงหัวทิ่มไปซะก่อน 555) บุคลิกแต่ละคนต่างมีความน่าสนใจคนละแบบแตกต่างกันสิ้นเชิง นอกจากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของแคแรคเตอร์ตัวแสดงนอกจากจะทำให้เรื่องดูสนุกสนานมีสีสันยังเป็นแรงจูงใจที่ทำให้พล็อตของเรื่องเดินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่เมโลดราม่าบังเอิญกันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนละครหลังข่าว และด้วยความเก๋าของดาราแต่ละคน ลีลาการตีบทจึงไม่ธรรมดาด้วยการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติ และด้วยอารมณ์ขันแบบอังกฤษ ตัวแสดงที่ดูล้นกว่าเพื่อนคงจะเป็นเจ้าหนุ่มอินเดีย“ซันนี่” ผู้จัดการโรงแรม ซึ่งแสดงโดย Dev Patel ที่ทำตัวเหมือน Comedian ตระกูลเชิญยิ้มที่ตอแหลได้ทุกกรณี แต่อาศัยว่าบุคลิกแขกๆ มักจะมีอะไรล้นๆอยู่แล้ว ก็เลยพอกล้อมแกล้มไปได้ ยังไม่รวมดาราแขกคนอื่นทั้งแม่ของเขาและแฟนสาว แม้แต่คนใช้ก็เล่นได้กลมกลืนกันดีกับดาราระดับอินเตอร์

ชาว สว.จากอังกฤษทุกคนต่างมีความหวังที่จะไปรีเฟรชตัวเองที่ TheBest Exotic Marigold Hotel ในอินเดีย จากแค่โบรชัวร์โฆษณาที่เขียนไว้อย่างหรูหราชวนไปพัก ทั้งๆ ที่ตัวโรงแรมซึ่งแม้จะสวยงามด้วยสไตล์ศิลปะท้องถิ่น แต่ก็แทบจะเป็นโบราณสถานไปแล้วจากความเก่าแก่และขาดการทะนุบำรุง ด้วยเหตุที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อผู้ล้มเหลวในชีวิตแก่ลูกชายคนเล็กที่หวังไว้ว่าจะไม่ล้มเหลวอีกครั้งเหมือนพ่อ อาศัยความช่างพูดเอาตัวรอดกับความหวังเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจอะไรนักหนา เจ้าหนุ่มซันนี่ได้พยายามลุ้นเงินทุนจากนักธุรกิจใหญ่(ที่ก็ยังไม่วางใจกับความกะล่อนของเขา) เพื่อนำมาบริหารโรงแรมให้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

คิดดูว่าเนื้อหนังผูกกันไว้มากมายหลายปม และกับผู้คนมากหลาย แต่สามารถเล่าได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม ทั้งๆที่ด้านหนึ่งได้นำเสนอชีวิตอันแสนยากลำบากของชาวอินเดียที่ต้องดิ้นรนในเมืองที่ไร้ระเบียบ แต่ก็ยังงดงามด้วยวัฒนธรรมประเพณีและน้ำใจของคนพื้นบ้าน ตรงนี้ต้องขอชื่นชมกับการถ่ายทำที่ไม่ได้เฟคสภาพแวดล้อมจนเกินความเป็นจริง จนบางครั้งดูเหมือนว่าอินเดียไม่เป็นประเทศที่น่าอยู่สักเท่าไร เห็นความขัดแย้งของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก และสิ่งที่เรียกว่า Culture Shock ที่ทำให้เหล่าสว.จากสหราชอาณาจักรหลายคนต้องช็อคซีเนม่ากับความเป็น “แขก” หลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะตัวโรงแรมที่ไม่มีความพร้อมในการบริการแม้แต่น้อย แล้วยังวัฒนธรรมการกินอยู่ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้ผู้เขียนบทพยายามสอดแทรกสลับไปมาระหว่างเรื่องราวของแต่ละตัวละครไว้อย่างแยบยล ถึงแม้จะไม่ได้เคลียร์ไปหมดทุกเรื่อง แต่ทุกอย่างก็มีที่มาที่ไปและโยงใยกันอย่างคนดูเต็มใจติดตาม โดยไม่รู้สึกขัดเขินแถมยังแทรกอารมณ์ขันคันๆเป็นระยะๆ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เขาสามารถสร้างบรรยากาศของการเอาใจช่วยตัวแสดงให้ฟันฝ่าอุปสรรคแต่ละขั้นแต่ละตอน ทำให้คนดูอยากรู้ต่อว่าชีวิตแต่ละคนจะคลี่คลายไปในทางใด จังหวะจะโคนของเรื่องร้อยเรียงไปอย่างมีเสน่ห์ด้วยฝีมือผู้กำกับ JohnMadden ที่บ่งบอกวิสัยทัศน์ชั้นครู คนดูจะได้เห็นอินเดียในหลากหลายมุม ทั้งมุมแห่งความทุกข์ ความสุข ความรวยความจนความรัก ความชัง แต่ก็ยังคงความรู้สึกดีๆไว้ได้ตลอด

ซึ่งในที่สุด สว.ทุกคนต่างก็มีทางออกของตนเอง จากบทเรียนของการมาได้ร่วมชีวิตกันในช่วงสั้นๆใน The Best Exotic Marigold Hotel รวมทั้งได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามปัจฉิมวัย เป็นบทเรียนเตือนสติเราเช่นกันว่าคนทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะอายุจะมากจะน้อย หากค้นให้พบความต้องการ ความสามารถและหนทางที่ถูกที่ควร ผู้สูงวัยทุกคนต่างมีหนทางที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าได้ทั้งนั้น นับเป็นภาพยนตร์ที่สร้างกำลังใจและคุณค่าชีวิตแก่คนดู ไม่ว่าจะหนุ่มสาวเฒ่าแก่ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องอยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน เกื้อหนุนและเห็นคุณค่าของกันและกัน

นี่คือความประณีตอย่างหนึ่งของหนังอังกฤษ เป็นการนำเสนอเรื่องราวความแตกต่างของวัฒนธรรมสองชาติได้กลมกลืนและรื่นรมย์ ด้วยอารมณ์ขันคลาสสิคแต่ไม่ตกยุค ด้วยดนตรีประกอบกลิ่นอายของสองชาติผสมผสานกันได้อย่างชวนฟัง ด้วยโปรดักชั่นที่ถ่ายทำได้ดูเป็นธรรมชาติไม่ดูประดิษฐ์เกินเหตุ และที่สำคัญด้วยรสนิยมที่ดีของผู้กำกับภาพยนตร์(ที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองมีคลาสขึ้นมาด้วย)