ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Enemy 2013 เต็มเรื่อง

ดูหนัง Enemy 2013 เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังระทึกขวัญ

เรื่องย่อ : ดูหนัง Enemy 2013 เต็มเรื่อง

ดูหนัง Enemy 2013 เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Enemy 2013
Enemy เป็นหนังระทึกขวัญ-เชิงจิตวิทยาที่กล่าวถึงเรื่องราวของ อดัม(จิลเลนฮาล) อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ที่ความสัมพันธ์กับคนรักของเขากำลังจะจบลง ในคืนหนึ่ง ขณะที่อดัมกำลังดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่นั้นเขาได้สังเกตุเห็นนักแสดงที่มีหน้าตาเหมือนกับเขามาก ไม่ว่าจะท่าทางหรือหน้าตาที่เหมือนกับเขาทุกอย่าง ทำให้อดัมได้ตัดสินใจที่จะตามหาดาราที่ชื่อว่าแอนโทนี่คนนี้และเขาได้พบว่าแอนโทนี่ได้อาศัยอยู่กับแฟนสาวที่กำลังตั้งท้องของเขา การเผชิญหน้าของแอนโทนี่ย์และอดัมได้นำมาสู่เรื่องของการต่อสู้ดิ้นรนที่อันตรายและซับซ้อน เมื่อมีฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะสวมรอยชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้

IMDB : tt2316411

คะแนน : 6.9

รับชม : 38 ครั้ง

เล่น : 14 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



Enemy 2013

" ครุ่นคิด จับผิด การกระทำ " หลังจาก “Prisoners” เข้าฉายจนทำให้ใครหลายคนหลงรักและแอบคิดว่าผู้ชายที่ชื่อ Denis Villeneuve โรคจิตหรือเปล่า เพื่อตอกย้ำเข้าไปอีกในปีเดียวกันเขาได้ส่งหนังอีกเรื่องหนึ่งออกสู่สายตาผู้ชมนั้นก็คือ “Enemy” ซึ่งก็ตอกย้ำความระทึกขวัญ ตอบโจทย์แนวทางของหนังที่ดู พิลึกชวนน่าหลงใหลในทำนองเดียวกันก็ชวนให้คิด และรบกวนระบบประสาท การทำงานของสมองได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อผมดูจบ การก้าวขาออกจากโรงเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเหลือเกิน ^^

หนังเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เป็นอาจารย์มหาลัย อดัม (เจค) และความสัมพันธ์ของเขากับแฟนสาวก็ไม่ค่อยปกติและถึงจุดที่กำลังแยกจากกัน ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่ อดัมกำลังดูหนังอยู่เขาได้เห็นบุคคลที่แสดงหนังเป็นใบหน้าของเขาเอง ทำให้เขาตัดสินใจออกตามหาชายที่มีใบหน้า ส่วนสูงน้ำหนัก ทุกสิ่งอย่างเหมือนตัวเขา และอดัมก็ได้สืบหาชายนักแสดงคนนี้ชื่อ แอนโทนี่(เจค) และอาศัยอยู่กับภรรยาที่กำลังท้องได้ 6 เดือน อดัมจึงออกตามหา จบเรื่องย่อ!!

“ครุ่นคิด” ตลอดเวลาทั้งเรื่อง Enemy มีการแทนสัญลักษณ์มากมายทั้งองค์ประกอบภาพ รวมถึงตัวนักแสดงเองจนทำให้ผมต้องทำการคิดและวิเคราะห์อย่างหนักหน่วง ตลอดเรื่องราวที่ได้ดู ความผ่อนคลาย ณ วินาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายของเรื่อง ไม่เคยเกิดขึ้น ภายใต้จิตสำนึกของผมกับตัวละครในหนังมันถูกบีบอัดด้วยสภาวะ “จิต” ในเวลาเดียวกัน เครื่องหมายคำถามมันผุดขึ้นมาตลอดเวลา การที่ อาจารย์(เจค) และนักแสดง(เจค) ออกตามหากันและกัน เมื่อกลับมาครุ่นคิด แท้จริง ทั้งสองคนคือคนเดียวกัน ในทางไหนกันแน่ คำถามมากมายนำพาสิ่งคำตอบที่ไม่แน่ชัด!!


“คนเดียวกัน” นักแสดง (เจค) อยู่กับภรรยาที่กำลังตั้งท้องอยู่ และอาจารย์(เจค) อาศัยกับแฟนสาวที่มีความสัมพันธ์เพียงแค่การหลับนอน เพียงแค่เรื่อง Sex ตลอดเวลาหนังพยายามสร้าง “บริบท” ให้เข้าใจว่าแท้จริงคนทั้งสองเป็นคนเดียวกันหรือเป็นคนละคน เมื่ออาจารย์(เจค) ได้ที่อยู่ของนักแสดง(เจค) เมื่อไปถึง ณ สถานที่นั่นคำตอบที่ได้คือ เจคนักแสดงไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลา 6 เดือน ทิ้งเพียงซองจดหมายเก่าๆ ฉบับหนึ่งเอาไว้ ระยะเวลา 6 เดือน คือ เวลาที่แฟนนักแสดงตั้งท้องได้ 6 เดือน ประเด็นแรก ระยะเวลา 6 เดือนเป็น “อดีต” ที่ผ่านไปแล้ว รอยแหวน ณ ตอนท้ายเรื่องพยายามทำให้ผมเชื่อ หรือว่ามันมี สอง คนจริงๆ แต่จากเรื่องที่พัก ระยะเวลา 6 เดือน มันจะเป็นไปได้ไหมว่า 6 เดือนที่ผ่านมานั้น รอยแหวนได้จางหายไป และเรื่องราวนักแสดงที่เรากำลังดูอยู่ มันคือภาพใน “อดีต” ของอาจารย์ ฉากที่อาจารย์ไปเจอแม่ และบอกว่าเจออีกคนหนึ่งที่หน้าเหมือนกันและแม่ก็บอกว่า “ฉันมีลูกชายคนเดียว” เลิกเป็นนักแสดงกิ๊กก๊อกได้แล้ว ตอกย้ำว่าแท้จริงแล้ว ตัวอาจารย์เคยเป็นนักแสดงมาก่อนเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ฉากบนเตียงกับแฟนตั้งท้อง ย้ำด้วยคำพูดว่า “วันนี้สอนเป็นไง” เป็นการย้ำเตือนอีกครั้งว่า อาจารย์เจคกับนักแสดงเจคเป็นคนเดียวกัน รอยแผลบนหน้าอก นิ้วมือ มันคือคนเดียวกัน

ณ เวลาที่คนสองคนต้องการสลับตำแหน่ง ยืนกัน โดยที่ เจคนักแสดงไปขอสลับที่กับ เจคอาจารย์ด้วยเหตุผลว่า เจคอาจารย์ไปมีอะไรกับแฟนที่ตั้งท้องอยู่ และขอสลับกัน จะได้หายกันไป การสลับทีในครั้งนี้ คือ “อดีต” ของเจคอาจารย์ที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเพศ ต้องการเอาแฟนของเจคอาจารย์ที่แท้จริงอาจเป็นแค่กิ๊ก สมัยก่อน นำพามาซึ่งคำตอบของกุญแจในซองจดหมายที่ถูกปิด ผนึกมานานกว่า 6 เดือนได้ถูกเปิดออก ณ ตอน ท้ายเรื่อง ณ เวลาที่เจคอาจารย์สลับมาอยู่กับหญิงตั้งท้อง เมื่อเจคอาจารย์พยายามจะเป็นเจคนักแสดงด้วยการใส่ชุดให้เหมือนกัน กุญแจในซองจดหมาย คืออีกมุมหนึ่งในชีวิตที่เขาเคยผ่านมา ณ ตอนที่เคยเป็น นักแสดงหรือเปล่า ^^


“เป็นคนละคนกัน” หนังมีข้อโต้แย้งเยอะมาก ว่าแท้จริงแล้วเป็นคนละคนกัน เช่น เสียงวิทยุเกิดเหตุตอนท้ายเรื่อง การท้องของแฟนนักแสดงเพราะตอนที่นักแสดงอยู่กับแฟนที่ตั้งท้อง ก็เป็นเวลาที่แฟนท้องโตแล้ว รอยแหวนที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นแท้จริงอาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิด ณ เวลาเดียวกันก็ได้ สถานทีที่เจคอาจารย์ได้เจอกับผู้หญิงท้อง แล้วไม่รู้จักกันเหมือนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และผู้หญิงตั้งท้องก็โทรไปหาเจคนักแสดง ณ เวลา เดียวกัน วิธีการแต่งตัว ทั้งสีผม สีหนวด สีเสื้อ ซองจดหมาย วิธีการพูด เป็นคนละคนกัน ที่เด่นมากคือ เจคนักแสดงชอบกิน “บลูเบอร์รี่” ทั้งหมดทั้งมวลเป็นสิ่งที่ตัวผมเองก็ไม่แน่ใจเลยว่ามันถูกต้องแค่ไหน หนังเต็มไปด้วยคำถามที่ผมพยามหาคำตอบ แต่ก็มีสิ่งอื่นมาย้อนแย้งกันเอง!!! สรุปสุดท้าย ใครเลือกที่เชื่อแบบไหนก็สุดแท้แล้วแต่คน


“แมงมุม” เราได้เห็นแมงมุมตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงฉากสุดท้าย แล้วแมงมุมคือสัญลักษณ์แทนค่าสิ่งไหนกันแน่?? สิ่งแรกผมคิดว่า แมงมุมคือตัวบ่งการ การชักใยของเจคอาจารย์และเจคนักแสดง ในสภาวะจิตใจของเขาทั้งคู่ ในอีกมุมหนึ่ง แมงมุงคือผู้ล่าจากฝ่ายหญิงหรือเปล่า หรืออีกนัยยะหนึ่งแมงมุมคือ “ความกลัว” ของเจคทั้งสองคน ซึ่งตัวผมไม่แน่ใจในทุกคำตอบว่าเป็นแบบไหน ฉากสุดท้ายที่เราเห็นแมงมุม คือฉากที่ถัดจากตอนที่เจคอาจารย์ได้เปิดกุญแจในซองจดหมาย แล้วดูเหมือนกำลังจะกลับไปเป็นเจคนักแสดงอีกครั้ง แล้วเห็นแฟนที่ตั้งท้องกลายเป็นแมงมุม มันสื่อถึงสภาวะไหนกันแน่ !! สิ่งหนึ่งที่เห็นแน่นอนคือ เข้าทั้งสองคนเป็นด้านดีและด้านมืดของกันและกันตลอดเวลา


“จับผิด” ตลอดทั้งเรื่องผมพยายามนั่งจับผิด แต่ไม่มีสิ่งไหนที่จับผิดได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูกลมกลืนในแบบฉบับเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยแนวทางที่ซับซ้อน และดูน่าขนลุก หลอนประสาท โทนสีของหนังเป็นสีส้มเข้ม แสดงถึงสภาวะ หลอกลวงและไม่ไว้วางใจ แน่นอนที่สุดผมเป็นอีกหนึ่งคนที่โดน หนังเรื่องนี้ปั่นหัวตลอดทั้งเรื่อง น่าทึ่งบวกกับประหลาดใจ การนำเสนอภาพเป็นเวลานานเพื่อให้คนได้สังเกตสัญลักษณ์ มากมายในเรื่อง การแพนกล้องที่ดูลื่นไหล บวกซาวด์ที่ชวนให้หลอน จนนั่งดูแล้วอยู่ไม่นิ่งตลอดเวลา ผมสั่นเท้าเกือบตลอดทั้งเรื่อง มันชวนน่าติดตาม น่าค้นหา น่าพิสูจน์ นัยยะต่างๆมากมาย


“การกระทำ” หนังเรื่องนี้เล่นผมจนรู้สึกเหมือนตัวเองสลบวูบไปนานหลายนาทีแล้วฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยกลไกที่ถูกจัดระบบใหม่ แบบ สะเปะสะปะ จับต้นชนปลายไม่ถูก มันเล่นผมหนักมาก โดยเฉพาะการจบที่ผมไม่ทันตั้งตัว และโดนอะไรซักอย่าง “ตบหัว” สลบไปอีกหนึ่งที เรียกได้ว่ากลไกระบบของ “Enemy” ทำงานโดนการปล่อยของทีละชิ้น ชิ้นที่หนึ่ง ชิ้นที่สอง ชิ้นที่สาม แล้วก็ ตูม ตายไปซะ!!!! เงิบ!!! แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ผมก็ยินดีอีกครั้ง ถ้าจะต้องเขาไปรับกับสถานการณ์แบบนั้นอีก เพราะผมคิดว่าถ้าได้ดูรอบที่สอง ภูมิคุ้มกันคงจะมีแล้วไม่มากก็น้อย แต่คงจะรับประกันไม่ได้ว่า ผมจะสลบวูบไปอีกครั้งหรือเปล่า!!


ดนตรีเป็นอีกไม้เด็ดที่ทำให้ผมรู้สึกหลอน แบบสุดๆ มันเล่นกับระบบอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนจะเข้าใกล้ต่อมใต้สมอง แล้วรู้สึกตัวสั่นตลอดเวลาที่ได้ยิน จนพูดได้ว่า หลอนสัส!! แค่เสียงก็ชวนให้หลงใหลเข้าไปใน สภาวะจิต ของตัวละครรวมถึงคนที่กำลังดู และที่ขาดไปไม่ได้ที่สุดคือ เจค จิลเลนฮาล แสดงได้สุดยอดที่สุดเท่าที่เคยได้ดูเขาแสดง การเปลี่ยนบุคลิก เพียงแค่กระพริบตา ก็เปลี่ยนตัวตนได้แล้ว มันสุดจะบรรยายจริงๆ และมันก็ทำให้ผมตกหลุมสิ่งที่ ผู้กำกับทำเอาไว้แบบ ลึกจนยากที่จะขึ้นมาได้เลยครับ ^^


สุดท้าย “Enemy” คือหนังที่ผมชอบที่สุดเรื่องหนึ่ง ด้วยวิธีที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยแนวทางวิธีคิด สัญลักษณ์มากมาย การตีความหนังเรื่องนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ในชีวิตแน่นอนครับ เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เมื่อผมหยิบหนังเรื่องนี้มาดูใหม่อีกครั้งหนึ่ง การตีความสิ่งต่างๆ คงจะเปลี่ยนไปตามชีวิตที่เคยผ่านมา การเสพงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้แบบนี้ คงมีสิ่งเดียวที่ทำได้นั้นคือ “ภาพยนตร์” >< ขอให้มีความสุขกับการดูหนังครับ