ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Australia (2008) ออสเตรเลีย เต็มเรื่อง

ดูหนัง Australia (2008) ออสเตรเลีย เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังผจญภัย , หนังตลก , หนังดราม่า

เรื่องย่อ : ดูหนัง Australia (2008) ออสเตรเลีย เต็มเรื่อง

ดูหนัง Australia (2008) ออสเตรเลีย เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Australia (2008) ออสเตรเลีย
ในปี 1939 หลายสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มสงครามโลกครั้งที่สองเลดี้ซาร่าห์แอชลีย์แห่งอังกฤษเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อบังคับให้สามีที่รักร่วมเพศของเธอขายสถานีปศุสัตว์ที่ไม่มั่นคงของเขาFaraway Downs สถานีใหญ่ straddles ออสเตรเลียตะวันตกและเหนือดินแดนถึงเหนือไปทะเลติมอร์ สามีของเธอส่งวัวอิสระต้อน , เรียกว่า "ต้อน" ที่จะส่งเธอไปไกล Downs
สามีของเลดี้ซาร่าห์ถูกฆ่าตายก่อนที่เธอจะมาถึง เจ้าหน้าที่บอกเธอว่าฆาตกรเป็นชาวอะบอริจินผู้อาวุโส "กษัตริย์จอร์จ" Neil Fletcher ผู้จัดการสถานีกำลังพยายามควบคุม Faraway Downs เพื่อสนับสนุนความพยายามของ Lesley 'King' Carney ในการรวบรวมการผูกขาดของวัวอย่างสมบูรณ์เพื่อเจรจาต่อรองกับนาย Captain Dutton ผู้ดูแล กองทัพบกของออสเตรเลีย

IMDB : tt0455824

คะแนน : 6.6

รับชม : 416 ครั้ง

เล่น : 244 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



Australia (2008) ออสเตรเลีย

หนังที่มาดูในวันนี้คือเรื่อง 'Australia' แสดงนำโดย

นิโคล คิดแมน และ ฮิวจ์ แจ็คแมน

ก่อนออกมาจากคณะ เพื่อนที่อยากดูเหมือนกัน

เตือนว่าหนังเรื่องนี้โคตรยาว เอาเถอะ

อยากดูตั้งแต่เห็นหนังตัวอย่างครั้งแรกแล้วนี่นา

สิ่งที่สะดุดตา ครั้งแรกตอนดูหนังตัวอย่างเลยคือ ภาพสวย

ดูมาเรื่อยๆ เนื้อเรื่องดูตื่นเต้นดี มีทั้งความรัก สงคราม

เรื่องราวของชนเผ่าอะบอริจิน และมีเด็กๆ ด้วย (ชอบ)

แค่นั้นก็กระซิบกับรุ่นน้องคนข้างๆ อย่างง่ายดายว่า

"อยากดูเรื่องนี้ว่ะ มาดูกัน"

พอได้ดูก็ไม่ผิดหวังจริงๆ หนังแนว Epic, Romantic, War

เรื่องนี้ มีครบทุกรสชาติ และยาว.... จนน่าจะแบ่งเป็นสองภาค

(ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เนื้อเรื่องที่ร้อยรัดกันอยู่ มันก็ดีอยู่แล้ว

แต่ความยาวตั้ง 165 นาทีนี่สิ) เข้าไปตั้งแต่บ่ายสองสี่สิบ

ออกมาห้าโมงกว่า จากฟ้าสว่างยันฟ้ามืด

เรื่องราวในหนัง เป็นเรื่องในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง

ชาวอังกฤษเข้าไปทำธุรกิจ ในออสเตรเลียมากมาย

ส่วนใหญ่เป็นคนในสังคมชั้นสูง เข้าไปจับจองที่ดิน

และทำฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อส่งให้กับกองทัพ

(นางเอกก็ต้องเข้าไปดูแลฟาร์มที่สามีมาจับจองไว้

ด้วยเหตุผลบางประการ โดยมีพระเอกที่โคตรเถื่อนเป็นผู้ช่วย)

ช่วงนั้นปัญหาเรื่องการเหยียดผิดรุนแรงมาก

คนผิดขาวกับคนอะบอริจิน ต้องอยู่แยกกันอย่งเด็ดขาด

แม้แต่ร้านเหล้า(ซึ่งคนเมาสุดท้ายก็มีอาการเดียวกันหมด

ไม่ว่าจะผิวขาวผิวดำ) คนดำจะอยู่ร่วมกับคนขาวได้

ก็ในฐานะ คนรับใช้เท่านั้น ซ้ำร้ายสาวๆ อะบอริจินที่อับโชค

อาจจะถูกเจ้านายผิวขาวไร้มนุษยธรรมจับไปทำเมีย

นั่นเป็นบ่อเกิดของปัญหาเด็กเลือดผสมที่ตามมา

ทางการจะสั่งจับเด็กเหล่านี้ ให้ไปอยู่ในความดูและของพวกมิชชันนารี

แต่สำหรับเด็กชายในเรื่อง ที่ได้พบกับนายหญิง(นิโคล คิดแมน)

สามารถหลุดรอดจากการจับมาได้ และได้รับความรักจากนายหญิง

แต่เขาเองก็รู้สึกแปลกแยก ที่ตนไม่ใช่ทั้งคนผิวขาวและผิวดำ

เด็กๆ เลือดผสม ที่เกิดในช่วงนั้น ถูกเรียนว่า 'รุ่นที่ถูกขโมย'

แม่ชาวอะบอริจิน ไม่มีสิทธิ์ทัดทาน หรือปกป้องลูกของตนได้เลย

จนเมื่อเร็วๆ นี้ (ตามข้อมูลในหนัง) รัฐบาลออสเตรเลีย

เพิ่งจะออกมาแสดงความขอโทษอย่างเป็นทางการกับเรื่องดังกล่าว

สำหรับความรักระหว่างชายหญิง ของพระเอกกับนางเอกนั้น

ก่อเกิดขึ้นจากการได้ร่วมกันตกระกำลำบาก ต้อนฝูงปศุสัตว์

้ข้ามแม่น้ำ ภูเขา และทะเลทราย ฝ่าอันตรายมาด้วยกัน

หลังจากนั้นเมื่อตกลงอยู่ด้วยกัน ยังพบกับความเข้าใจผิด

และทัศนคติที่ไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายความรัก ก็เอาชนะทุกสิ่ง

เรื่องราวยิ่งเข้มข้น เมื่อมีอุปสรรคจากเจ้าของบริษัทผู้กุมอำนาจ

ในเมืองดาร์วิน ผู้หน้าเลือดที่หวังยึดฟาร์มของเลดี้แอชลีย์(นิโคล)

ด้วยการบังคับขอซื้อในราคาต่ำ กว่าที่ควรจะเป็น

และเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นทิ้งระเบิด ในสงครามโลกครั้งที่สอง

หนังเรื่องนี้กรุ่นไปด้วยกลิ่นไอ ของความรักและมิตรภาพ

การแสวงหารากเหง้าและตัวตน มีความฝันมีเรื่องราว

ที่ทำให้ประทับใจ และลุ้นไปตลอดเรื่องกับการแข่งขันทางธุรกิจ

การลอบฆ่าหักหลังเพื่อผลประโยชน์ ความหวังที่จะได้พบ

ผู้อันเป็นที่รักหลังจากพลัดพรากเพราะสงคราม

สอดแทรกประวัติศาสตร์ เรื่องราวความขัดแย้งในออสเตรเลีย

จนไม่รู้สึกเบื่อเลย ทั้งที่หนังยาวเกือบสามชั่วโมง

(โหะๆ เขียนแต่เรื่องความรู้สึก ไม่อยากสปอยล์ฉากฮะ..ดูกันเองๆ)

สำหรับเพลงประกอบ ตอนเปิดเรื่องจำไม่ค่อยจะได้แฮะ(เห็นคนอื่นบอกว่าเพราะ)

แต่ไปติดใจเพลงที่นางเอกร้องให้เด็กอะบอริจินฟัง(แบบโคตรเพี้ยน)

เป็นเพลงที่คุ้นหูมากๆ แต่คิดชื่อเพลงไม่ออกในตอนนั้น

แล้วก็ไม่รู้จะตามหายังไง จนบังเอิญได้ฟังในบล็อกคุณกะว่าก๋า

ก็พอดีลงล็อค ได้ทราบอย่างง่ายได้ ทั้งที่เมื่อวานนึกแทบตาย

ก็ไม่ออก ค้นในอินเทอร์เน็ตตั้งนานก็ไม่เจอ

คือเพลง Somewhere over the rainbow ไม่แน่ใจว่าในหนัง

เป็นเวอร์ชั่นของใครร้อง แต่เป็นเสียงผู้หญิง

ได้ยินว่าเป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์หลายเรื่อง

แต่ในเรื่องนี้ก็เข้ากับ คำพูด ''

เป็นอย่างดี

"ณ สุดปลายสายรุ้ง สูงเสียดฟ้า
มีแดนดินถิ่นที่เฝ้าเล่าขาน ฉันเคยได้ยินผ่านบทเพลงขับกล่อม"

อ่านวิจารณ์จากเว็บต่างประเทศหลายๆ เว็บ

ไม่รู้ทำไมเค้าถึงเอาไปเปรียบเทียบกับไททานิก

อาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องย้อนยุค ที่พระเอกกับนางเอก

ต่างชนชั้นฐานะกัน แต่เนื้อเรื่องอื่นๆ ก็ไม่เห็นคล้าย

หลายคนบอกว่ายังสู้ไททานิกไม่ได้ แต่เพลงเพราะดี