หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น , หนังผจญภัย , หนังดราม่า , หนัง Netflix
เรื่องย่อ : Crouching Tiger, Hidden Dragon: Sword of Destiny | พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก: กระบี่แห่งโชคชะตา
ชื่อภาพยนตร์ : Crouching Tiger, Hidden Dragon: Sword of Destiny
แนว/ประเภท : Action, Adventure, Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Woo-Ping Yuen
บทภาพยนตร์ : John Fusco, Du Lu Wang, Bey Logan
นักแสดง : Donnie Yen, Michelle Yeoh, Harry Shum Jr.
วันที่ออกฉาย : 2016
IMDB : tt2652118
คะแนน : 5
รับชม : 132 ครั้ง
เล่น : 56 ครั้ง
ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง
ภาคต่อของ Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่หนนี้ทำลง Netflix ครับ และคนมารับหน้าที่กำกับก็คือหยวนหวู่ปิง ผู้กำกับคิวบู๊ระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังหนังอย่าง The Matrix, Kill Bill และ Kung Fu Hustle รวมถึงหนังบู๊ฮ่องกงอีกเพียบ
ในด้านเนื้อเรื่อง “Sword of Destiny” ดัดแปลงจากนิยาย “ม้าเหล็กแจกันเงิน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ 5 ในนิยายชุด “กระเรียน-เหล็ก” ของ “หวังตู้ลู้” ขณะที่ Crouching Tiger, Hidden Dragon ภาคแรกนั้น ดัดแปลงจาก “เสือซุ่มมังกรซ่อน” อันเป็นเรื่องที่ 4 ในนิยายชุดนี้ เนื้อเรื่องของ Sword of Destiny เล่าถึงยุทธภพภายหลังการตายของ “หลี่มู่ไป๋” (โจวเหวินฟะ) 18 ปี แต่กระบี่ของเขายังอยู่ และเป็นที่หมายปองของพรรคบัวตะวันตกซึ่งต้องการแย่งชิงมาให้ได้ “ซูเหลียน” (มิเชล โหยว) คนรักของหลี่มู่ไป๋ จึงต้องรวบรวมกำลังเพื่อปกป้องกระบี่ให้ได้ โดยได้ผู้ช่วยคนสำคัญคืออดีตคู่หมั่นของเธอเอง “เมิ่งซือเจา” (เจิ้นจื่อตัน) ขณะเดียวกันยังมีเส้นเรื่องของ 2 หนุ่มสาว กับการแก้แค้นและตามหาชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวละครสำคัญในภาคก่อน
แก่นของเรื่องถูกลดทอนเหลือแค่เรื่องการแย่งชิงกระบี่ โดยพยายามถ่ายทอดการเสียสละของเหล่าจอมยุทธที่ร่วมปกป้องกันกระบี่ ฝากชื่อไว้ในแผ่นดิน แต่ขอโทษ..ทุกอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า เราไม่ได้รู้สึกเจ็บช้ำไปกับการตายของใครเลย อาจเพราะหนังไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่ากระบี่นั้นมีคุณค่าพอให้ปกป้องด้วย การพยายามยัดประโยชน์ปรัชญากำลังภายในเท่ๆ ในช่วงท้ายของเรื่องจึงไร้ความหมาย เพราะสิ่งที่มีมาก่อนนั้น ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นเลย
เข้าใจว่าหนังพยายามลดทอนปรัชญายากๆ เพื่อเอาใจตะวันตกเต็มที่ แต่กลายเป็นการทำลายเสน่ห์ไป การเอาใจฝรั่งในที่นี้ยังรวมไปถึงการแคสท์นักแสดงที่บางคนก็หน้าลูกครึ่ง บางคนก็ดูเป็น American Citizen เหลือเกิน หรือฉากบู๊ที่แสนจะก๊องแก๊ง แม้ว่าหนังจะมีผู้กำกับเป็นคนจีนอย่าง “หยวนหวู่ปิง” แต่ดูเหมือนเขาเองก็ยังติดกับดักวงการหนังจีนสมัยใหม่ ที่เน้นความโฉ่งฉ่างและอลังการของฉาก CG มากกว่าเนื้อเรื่องจริงๆ ผลก็คือ Crouching Tiger, Hidden Dragon: Sword of Destiny กลายเป็นอีกเรื่องที่เราอยากจะลืมว่ามีภาคต่อ