ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

The Woodsman and the Rain คนตัดไม้กับสายฝน (2011) [บรรยายไทย]

The Woodsman and the Rain คนตัดไม้กับสายฝน (2011) [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังตลก

เรื่องย่อ : The Woodsman and the Rain คนตัดไม้กับสายฝน (2011) [บรรยายไทย]

ชื่อภาพยนตร์: The Woodsman and the Rain คนตัดไม้กับสายฝน (2011)
ผู้กำกับภาพยนตร์:  Shûichi Okita
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Shûichi Okita, Fumio Moriya
นักแสดง: Shun Oguri, Kôji Yakusho, Tsutomu Yamazaki
แนว/ประเภท: ตลก
ความยาว: 2 ชม. 09 นาที
วันเข้าฉายในประเทศไทย: 23 ตุลาคม 2011
 




เป็นความสัมพันธ์แบบผู้ชายๆเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีแบบผู้ชายๆ เป็นเรื่องของชีวิตแบบผู้ชายๆ คัทซึเป็นช่างไม้ที่เป็นพ่อหม้ายเลี้ยงลูกชายวัยรุ่นเพียงคนเดียว เขาทำหน้าที่เป็นพ่อและแม่ให้กับลูกชาย เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นๆนักจนกระทั่งกองถ่ายหนังเข้ามาในหมู่บ้าน และการที่เขาได้รู้จักกับโคอิจิผู้กำกับหนุ่มที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ในบางแง่มุมของชีวิตเด็กหนุ่มอายุ 25 ได้สอนให้ผู้ใหญ่อายุ 60 แบบเขาได้พยายามมองโลกอีกครั้งจากที่ไม่ได้สนใจมันเลย โคอิจิ ไม่ชอบหนังของตัวเองเขาไม่มั่นใจ และ เกลียดมันเกลียดบทหนังที่ตัวเองเขียนเกลียดหนังที่ตัวเองกำกับเขาไม่มีความมั่นใจในการทำงานนี้เลยบางครั้งมันทำให้เขาอยากอ้วก จนกระทั่ง .. จนกระทั่งคัทซึบอกว่ามันน่าสนใจ คัทซึบอกว่าเขาร้องไห้ตอนอ่านบท โคอิจิกลับมาพยายามอีกครั้งหลังจากฝนตกหนัก คือ ฟ้าอันสว่างสดใส นั่นคือเรื่องราวของทั้งคู่ ...



 

IMDB : tt1867566

คะแนน : 6.9

รับชม : 265 ครั้ง

เล่น : 29 ครั้ง



 

ถ้าใครชอบนั่งเพลิน มีเวลาเยอะๆ มองดูชีวิตคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้อย่างอิ่มเอม แค่เห็นกลุ่มคนรอรถประจำทาง คุณก็วิเคราะห์ได้ว่า ใครทำงานอะไร จะไปไหน คุณน่าจะชอบภาพยนตร์สไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้
 
"ถ้าคุณเพลิดเพลินกับชีวิตธรรมดาของผู้คน
เรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า ก็ภาพยนตร์ดีๆ หนึ่งเรื่อง"
 
เรื่องราวมีความเนิบช้า แต่น่ารัก สิ่งหนึ่งที่น่ารักคือความใสซื่อ จริงใจของคนชนบท ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาเราดูหนังไทยเรื่องบุญชู ดูไปก็ต้องคำถามไป ว่าอะไรหนอเปลี่ยนใจคนในสังคมเมืองให้ความใสซื่อจริงใจนั้นหายไป





 
 
ส่วนข้อความหลักของภาพยนต์ คงเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของคนหนุ่มที่ยังขาดประสบการณ์และความมั่นใจ กับคนแก่ที่ปล่อยทิ้งความสดใสและหลงลืมความเข้าใจของวัยหนุ่ม เมื่อทั้งคู่มาร่วมงานกัน ก็ต่างช่วยเหลือกันผ่านการกระทำที่แสนธรรมดา ไม่ได้มีคำพูดสวยหรู ดูเป็นปรัชญาใดๆ หรือเหตุการณ์พิศดารพันลึกแต่อย่างใด
 
เหมือนต้นไม้ที่ต้องพึ่งพิงฝน และฝนจะเกิดก็ต้องอาศัยต้นไม้เช่นกัน
คนหนุ่ม กับคนแก่ ก็พึ่งพิงอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นกระจกสะท้อนให้กัน
นี่คือธรรมดาของโลก และธรรมดาของโลก โลกจึงน่าอยู่
 
เพราะบางครั้งความธรรมดา กลับทำให้เราอิ่มเอมได้ไม่น้อย
 
ภาพยนตร์ จบลงเหมือนเรานั่งกินข้าวในโรงอาหารเสร็จแล้วเดินออกมา ไม่ได้มีตอนจบที่ทำให้เราตราตรึงใจ แต่มันจบไปแบบ เรารู้สึกอิ่มแล้ว
 
ถ้าให้เหมารวมทั้งเนื้อหาและสไตล์ ออกมาเป็นหนึ่งประโยคที่จะนิยามภาพยนตร์เรื่องนี้ คงเป็น
 
"เมื่อเราเปิดโอกาสให้ตัวเองพบเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ
มันจะเปิดหัวใจคุณให้มีพื้นที่ในการวิ่งเล่นมากขึ้น"