ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

No Mercy {Eonni} ปราณีอยู่ที่ศูนย์ (2019) [บรรยายไทย]

No Mercy {Eonni} ปราณีอยู่ที่ศูนย์ (2019) [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น

เรื่องย่อ : No Mercy {Eonni} ปราณีอยู่ที่ศูนย์ (2019) [บรรยายไทย]

ชื่อภาพยนตร์:  No Mercy {Eonni} ปราณีอยู่ที่ศูนย์ (2019)
ผู้กำกับภาพยนตร์: Kyeong-Taek Lim
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Min Kim, Kyeong-Taek Lim
นักแสดง: Lee Si-young, Se-wan Park, Joon-hyuk Lee
แนว/ประเภท: แอ็คชั่น
ความยาว:
วันที่ฉาย: 1 January 2019





No Mercy เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นของเกาหลีใต้ปี 2019 กำกับโดย Im Gyeong-taek ผลิตโดย Nam Kwon-woo และ Jung Suk-hyun มี Lee Si-young, Park Se-wan และ Lee Joon-hyuk รับบทนำ เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2019 วิกิพีเดีย (ภาษาอังกฤษ)

เมื่อน้องสาวหายตัวไป สาวแกร่งอดีตแชมป์ศิลปะการต่อสู้จึงออกตามหาเธอ… และทำทุกวิถีทางเพื่อลงโทษพวกเลวทรามที่จับตัวเธอไป เธออาจจะดูเหมือนผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งในชุดสีแดง แต่ไอ้พวกคนชั่วที่จับน้องสาวของเธอไปยังไม่รู้ว่าเธอทำอะไรกับพวกมันได้บ้าง


IMDB : tt9535950

คะแนน : 5.6

รับชม : 1066 ครั้ง

เล่น : 243 ครั้ง



 

พัคอินอา (อีซียอง) อดีตบอดี้การ์ดสาวที่เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ทันทีที่ออกจากประตูเรือนจำเธอก็รีบตรงดิ่ง กลับบ้านมาหา พัคเซวาน (พัคอึนฮเย) น้องสาวของเธอด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากโทษที่ได้รับทำให้เธอจำต้องปล่อยให้น้องสาวที่หัวอ่อน ไม่เจนโลก ต้องอยู่ตามลำพัง หลังจากที่ได้คุยกับน้องสาวแล้ว อินอา ก็มีเรื่องให้หนักใจ เมื่อ เซเวาน มีความคิดไม่อยากไปโรงเรียน แต่พี่สาวอย่าง อินอา ก็ไม่ทันได้ถามเหตุผลกับน้อง ได้แต่ตอบกลับไปเพียงว่า อยากให้เธอเรียนจบและมีอนาคตที่ดี ส่วนพี่สาวคนนี้จะเป็นคนดูแลเธอเอง




 
ซึ่งมันกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าว่า เหตุผลที่ เซวาน ไม่อยากไปโรงเรียนก็คือ เธอตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งในโรงเรียน แล้วที่มากกว่านั้นเธอยังถูกล่อลวงให้ไปทำงานขายบริการ เพื่อแบล็คเมล์พวกเฒ่าหัวงูที่ชื่อบริการของเด็ก แต่จากความผิดพลาดบางประการทำให้ เซวาน ไม่อาจสามารถกลับมาเจอหน้าพี่สาวได้อีกหลังจากคืนนั้น
 
อินอา ที่เห็นว่าน้องสาวไม่กลับบ้านจึงพยายามทำทุกทางเพื่อตามหา จนกระทั่งเธอได้รู้ความจริงเกี่ยวกับน้องสาวที่ถูกเพื่อนๆล่อลวงไป แต่ยิ่งที่สืบความจริงลึกลงไปเท่าไหร่ ความจริงที่ว่าการหายตัวไปของน้องสาวเธอ อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การล่อลวงธรรมดาแล้วก็เป็นได้
หนัง แอคชั่น ไล่ล่า ล้างแค้น ที่สารภาพว่าตอนดูตัวอย่างตั้งความหวังไว้พอสมควร แต่หลังจากดูจบแล้วผิดหวังกับหลายๆส่วนของหนังเหมือนกัน แม้จะมีความฟินในแง่ของการล้างแค้นที่ก็ทำได้ถึงใจไม่หยอก




 
พล็อต สืบสวน ไล่ล่า ล้างแค้น เอาจริงหนังแนวนี้ก็มีออกมาให้ดูก็เรื่อยๆ ซ้ำกันไปมาจนแทบจะหาแง่มุมอะไรแปลกใหม่ มานำเสนอกันได้ยากแล้ว ในส่วนของพล็อตและความแปลกใหม่ในการนำเสนอส่วนนี้ จึงขอยกประโยชน์ให้กับหนังเรื่องนี้ไปก่อน แต่สิ่งที่ไม่ผ่านอย่างแรกเลยก็คือ ตัวละคร พัคอินอา นี่แหละ ไม่ใช่ว่า อีซียอง แสดงได้ไม่ดีนะ
 
ลำดับต่อมาพอมาเป็นแอคชั่นไล่ล่าล้างแค้น ที่ใช้พลังเยอะแบบนี้ความน่าเชื่อถือของตัวละครมันไม่พอ เมื่อถึงฉากแอคชั่นมันขาดความสมจริงเยอะเลย หนังเลือกให้เธอเดิมดุ่มๆลุยเดียวเข้าไป ปะฉะดะ ตลอดเวลา แต่กลับไม่ได้สร้างให้ตัวละครนี้เก่งเว่อร์วังอะไร เลยต้องหาทางทำให้ตัวร้ายเสียท่าทุกทีไป ยิ่งฉากท้ายเรื่อง 20 รุม 1 กับการเข้ามาลุยแบบไม่มีแผนอะไรเลย แต่เธอก็ทำได้ ฮ่าฮ่า




 
สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่าก็แค่หนัง มันก็เว่อร์ๆแบบนี้แหละ…มันก็จริงนั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาก็จะสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครให้เก่งโอเวอร์ไปเลย ไม่ใช่แบบธรรมดาครึ่งๆกลางๆอย่างนี้ คือให้เก่งโอเวอร์แบบ ซุกฮี ที่ คิมอ๊กบิน แสดงใน THE VILLAINESS (2017) ยังดีเสียกว่า ส่วนงานภาพการลำดับเรื่องราวก็ยังดูไม่ลงตัวเท่าไหร่ คือมีทั้งที่ออกมาสวยดี(เหมือนกับที่เห็นในตัวอย่าง) และที่ออกมาแปลกๆขัดตาบ้างก็มี
เดาไว้ก่อนที่จะเข้าไปดูเครดิตผู้กำกับ Lim Kyeong-Taek ว่าน่าจะเป็นงานกำกับเรื่องแรก แล้วก็ทายถูกจริงๆด้วย แต่จากหนังเรื่องนี้ก็ดูมีความพยายาม และแม้จะมีข้อติในหนังพอสมควร แต่ก็มีบางส่วนที่ถือว่าทำออกมาได้ดี
อย่างเช่นการกล้า ยกระดับความรุนแรงของตัวละคร ในทีแรกเกือบจะฟันธงไปแล้วนะว่า หนังเรื่องนี้คงไม่มีฉากรุนแรงอะไรหรอก เมื่อในทีแรกยังดูกั๊กๆที่จะใส่ความรุนแรงลงไปในหนัง แต่หลังจากผ่านครึ่งเรื่องมาแล้ว
หนังก็ใส่ความรุนแรงเข้ามาเรื่อยๆตามอารมณ์โกรธเกรี้ยวของตัวละคร ซึ่งส่วนนี้แหละที่มันช่วยผะยุงหนังเอาไว้ได้ดี สะใจตอบโจทย์คอหนังล้างแค้นได้ระดับนึงเลยล่ะ
สรุปแล้ว No Mercy (2019) เป็นหนังที่ ส่วนตัวยังถือว่าดูเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงได้อยู่นะ คือหนังแก้ตัวได้ตรงที่ใส่ความรุนแรงเข้ามาในช่วงครึ่งหลัง จนน่าจะพอให้สะใจกับคอหนังล้างแค้นได้ ทว่าหนังก็ยังมีข้อให้ติเยอะพอสมควร แต่หากว่ากันที่เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกก็พอเข้าใจได้