ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011) เต็มเรื่อง

ดูหนัง Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011) เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น , หนังผจญภัย

เรื่องย่อ : ดูหนัง Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011) เต็มเรื่อง

ดูหนัง Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011) เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011)

หลังจากสามปีที่ Dragon Inn เจ้าของโรงแรม Jade ได้หายตัวไปและโรงแรมใหม่ได้เพิ่มขึ้นจากเถ้าถ่าน - หนึ่งในนั้นที่เจ้าหน้าที่ของนักกวนอำนาจทำการปลอมตัวเป็นพลเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งหวังว่าจะได้ค้นพบเมืองที่หลงหายที่ถูกฝังอยู่ในทะเลทราย

IMDB : tt1686784

คะแนน : 6

รับชม : 86 ครั้ง

เล่น : 32 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



Flying Swords Of Dragon Gate พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ (2011)

โครงเรื่องก็ยังคงเหมือนเดิม (การห่ำหั่นของจอมยุทธ์ในโรงเตี๊ยม) แต่หนังหยิบไอเดียจาก Dragon Inn เวอร์ชั่น 1992 มาต่อยอดเพิ่มเติมเข้าไป จนทำให้หนังมีสภาพกึ่งๆภาคต่อกับเวอร์ชั่น 1992อยู่นิดนึง เช่น ตัวละครอาเจ้เจ้าของโรงเตี๊ยม ปรากฏตัวในภาคนี้อีกครั้ง (ใช้นักแสดงคนใหม่เล่น) , การอ้างอิงถึงเนื้อคนที่ใช้ในการทำอาหารของโรงเตี๊ยม , กับดักเส้นลวดสุดอันตราย และพายุทะเลทรายที่ดูจะรุนแรงมากกว่าภาคเก่า ในขณะเดียวกันก็เพิ่มเนื้อหาใหม่ๆเข้าไป ด้วยการกำหนดให้ตัวละครวางแผนขโมยสมบัติในพระราชวังใต้ทะเลทราย ซึ่งเนื้อหาตรงส่วนนี้เองที่เป็นตัวขยายประเด็นการสนใจแต่ผลประโยชน์ตัวเองของเหล่าจอมยุทธ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ภาคก่อน (ทั้งภาค 1967 และ 1992) ภารกิจของตัวละครมีแค่ปกป้องลูกของขุนนางตงฉินแค่นั้น

และแน่นอนฉากการเชือดเฉือนทั้งต่อหน้าและลับหลังของเหล่าจอมยุทธ์ในโรงเตี๊ยมก็ยังคงเป็นไฮไลท์และเป็นส่วนที่ดูสนุกที่สุดของหนัง แต่สิ่งที่บั่นทอนหนังคือ เทคนิคซีจีที่ใช้ทำฉากต่อสู้ มันดูหลอกตาและไม่สามารถสร้างความรู้สึกใดๆได้เลย (ฉากแอ็กชั่นของDragon Inn ปี 1992 โดยเฉพาะฉากแอ็กชั่นบนเนินทราย ที่ดุดัน บ้าระห่ำ และฮาแบบตกเก้าอี้ ยังดูสนุกกว่ามากๆ) และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การทำภาพเป็นสามมิติ เมื่อหนังพยายามจะโชว์ออฟเรื่องภาพ แต่หารู้ไม่ นั่นเป็นองค์ประกอบที่น่ารำคาญมากที่สุดของหนังไปโดยปริยาย

แต่หากมองข้ามเรื่องน่ารำคาญใจพวกนั้นไป ประเด็นความสัมพันธ์ของจอมยุทธ์ ท่ามกลางความแห้งแล้งของยุทธภพ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของหนัง เมื่ออดีตอาเจ้ของโรงเตี๊ยม ได้พกพาขลุ่ยอันเป็นสิ่งแทนความหมายของความรัก ท่องยุทธภพไปทั่ว เพื่อนำมาคืนแก่จอมยุทธ์ชายผู้เป็นเจ้าของขลุ่ยและเป็นชายที่เธอหลงรัก ทว่าเมื่อได้พบกันแล้ว จอมยุทธ์ชายได้กล่าวในเชิงว่า ‘เดียวดายในยุทธภพ ดีกว่าติดบ่วงในโลกา’ และมีท่าทีไม่อยากรับขลุ่ย (หรือในอีกแง่คือ ความรัก) นี้ไว้ กระทั่งเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงจนจอมยุทธ์หนุ่มได้มอบขลุ่ยฝากไว้กับจอมยุทธ์หญิงอีกคนหนึ่ง ทำให้จอมยุทธ์หญิงคนนั้น ตัดสินใจที่จะรอคืนขลุ่ยอันนี้ให้กับเจ้าของเดิม

ในภาค 1992 ขลุ่ยได้กลายเป็นตัวแทนของความรักและความสัมพันธ์ แต่ในภาคใหม่นี้ ขลุ่ยกลับถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของบ่วงรั้งคอให้มนุษย์ติดอยู่กับอะไรบางอย่าง โดยที่ใครก็ตามได้ขลุ่ยนี้ไปถืออยู่ในมือ ก็จะมีความรู้สึกเหมือนมีภาระอะไรบางอย่างที่ต้องทำ (จอมยุทธ์หญิงที่ได้รับขลุ่ยจากพระเอก ตัดสินใจทันทีว่าจะรอพระเอกมาเอาขลุ่ยคืน) สถานะของขลุ่ยในภาคนี้เอง ที่ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในภาคเก่า แล้วค้นพบว่า แท้ที่จริง ขลุ่ยเป็นตัวแทนของบ่วงรั้งคอมาโดยตลอดนั่นแหละ

เพียงแต่เราเคยมองขลุ่ยอันนั้นด้วยมุมมองของความรัก มากกว่าจะมองมันว่าเป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการคนสองคนไว้ด้วยกัน