ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ เต็มเรื่อง

ดูหนัง Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังอาชญากรรม , หนังดราม่า , หนังระทึกขวัญ

เรื่องย่อ : ดูหนัง Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ เต็มเรื่อง

ดูหนัง Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ

ผู้นำแก๊งคู่ต่อสู้ถูกขังอยู่ในการต่อสู้เพื่อเป็นประธานคนใหม่ของสมาคม Triad ในฮ่องกง

IMDB : tt0434008

คะแนน : 7.1

รับชม : 598 ครั้ง

เล่น : 161 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



Election (2005) ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ

เรื่องราวการเลือกตั้งหัวหน้ามาเฟียกลุ่มในฮ่องกงที่มีตัวเต็งสองคนได้แก่ Big D และ เหล่ยที่ต่างมีอำนาจและผู้สนับสนุนที่ต่างกันไป และต่างช่วงชิงหวังเป็นใหญ่กันทั้งสองคนทำให้เกิดสงครามเย็นย่อย ๆ ขึ้นเมื่อทั้งสองคนต้องแย่งชิงไม้เท้ามังกร สัญลักษณ์การเป็นหัวหน้าแก๊งค์มาให้ได้ การไล่ฆ่ากันและตีกันจึงเกิดขึ้น โดยมีตำรวจคอยเฝ้าดูการตีกันนี้อย่างใกล้ชิด ใครจะเป็นหัวหน้าเจ้าพ่อแห่งฮ่องกงกันแน่

ครับ ต้องบอกว่า ถ้าจะมองหาประเทศที่ทำหนังเจ้าพ่อดี ๆ สักเรื่องแล้วล่ะก็ ฮ่องกงคือ ประเทศที่เป็นเต้ยของวงการหนังแนวนี้เลยครับ โดยเฉพาะ ตู้ฉีฟงที่ทำหนังแนวนี้ออกมาอย่างมากมายและค่อนข้างพีคไม่ใช่น้อย (แต่บางเรื่องก็แป้กเช่นกัน) ทว่า เรื่องนี้กลับเป้นหนึ่งในหนังของเขาที่หลายคนจะต้องพูดถึงครับ ในฐานะหนังเจ้าพ่อที่เลือดเย็นและแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งของเขาเลยทีเดียว และคิดว่า น่าจะเป็นหนึ่งในงานอันน่าจดจำของเขาเลยทีเดียว

พี่ตู้พาเราไปพบกับความวุ่นวายในแก็งมาเฟียกลุ่มหนึ่งที่กำลังทำการเลือกตั้งหัวหน้าคนใหม่ในรอบสองปีและมีตัวเต๊งสองคน แน่นอนว่า คนเลือกนั้นคือ บรรดาผู้อาวุโสในแก๊งต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนทั้งสองต้องแสดงวิสัยทัศน์และทำทุกวิถีทางในการทำให้ผู้อาวุโสหันมาสนับสนุน ทั้งเสนอผลประโยชน์และเสนอเงินยัดกันเพื่อให้ได้ชัยชนะกันทั้งสิ้น แน่นอนว่า เราได้เห็นนิสัยใจคอของคนสองคนที่เข้ามาเป็นตัวเลือกในการเป็นหัวหน้าครั้งนี้ได้ชัดเจน อย่าง อาเหล่ยนั้นมีภาพลักษณ์เป็นคนอบอุ่น รักลูก ใจเย็น อดทนและรอบคอบ ดูเป็นคนดีที่น่าจะฝากฝังแก็งค์ได้จาก ต่างจาก Big D ที่อารมณ์ร้อนฉุนเฉียว ฟุ่มเฟื่อยกันอย่างสุดขั้วทำให้เรารู้สึกเข้าข้างตัวของอาเหล่ยทันที ทว่าเมื่อหนังฉายไปนั้นเรากลับพบว่า ในวงการมาเฟียนี้ไม่มีใครหรอกที่เป็นคนดีบริสุทธิ์ เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่เลวทั้งนั้นถึงมาเป็นมาเฟียกันได้

อาเหล่ยเองก็ไม่ต่างกัน เขาใช้ทุกวิถีทางทำให้ตัวเองเป็นใหญ่ ไม่แม้แต่วิธีสกปรกอย่างการทำร้ายคนบริสุทธิ์ หรือ แผนชั่วต่าง ๆ ก็ตาม หนังมันหักหลังเราที่เชื่อใจอาเหล่ยจากภาพลักษณ์ดี ๆ ในต้นเรื่องก่อนจะหักหลังว่า ไอ้ห่านี่ล่ะเลวที่สุด ไม่สิ ไว้ใจไม่ได้ที่สุด ในขณะที่คนอย่าง Big D นั้นอาจจะดูเลวหรือใจร้อน แต่เขาก็ยังดูน่าไว้ใจกว่าอย่างน้อยก็กลัวที่จะหักหลังคนอื่นนั่นล่ะ พูดง่าย ๆ เป็นสไตล์คนเก่งแต่ปากนั่นล่ะครับ และเมื่อเรื่องดำเนินไปเราจะพบว่า ตัวของ Big D ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาเหล่ยเลยสักนิด เขาไม่ทันเกมและสุดท้ายทุกอย่างจบลงด้วยการเกลี้ยเซี้ยผลประโยชน์นั่นเอง

หลายคนดูแล้วอึ้งว่า เฮ้ย จะตีกันแทบตาย ไงแบบนี้ว่ะ ไงมาดีกันได้ คำตอบมันอยู่ในหนังครับ เอาจริงแล้ว หนังเรื่องนี้มันเป็นตัวแทนของระบบการเลือกตั้งในฮ่องกงที่มองนักการเมืองไม่ต่างกับมาเฟียที่ต้องหาทางมีอำนาจและหาทางรักษาตำแหน่งเอาไว้อย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะใช้วิธีใสสะอาดหรือสกปรกก็ตาม พวกเขาต้องทำให้ได้ นั่นเองทำให้หนังมีสภาพเป็นตัวแทนภาพของการเมืองอันแสนสกปรกที่ทำให้เราเห็นธาตุของมนุษย์ว่า ไม่ว่าใครก็ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครดีใครชั่วชัดแจ้งทั้งสิ้น แน่ล่ะว่า หนังจึงแสดงให้ว่า การเมืองนั้นใครที่อดทนกว่าและเชี่ยวกว่าคือ ผู้ชนะ ทุกคนต้องคุมงานของตัวเองเอาไว้ให้ได้ และคนชนะคือผู้ที่รอจนเหยื่อมาติดกับนั่นเอง

ดังนั้นการเกลี้ยเซี้ยะและการหักหลังจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตามจะเป็นระดับมาเฟีย หรือ กระทั่งระดับชาติก็ตาม ไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นจากข้อจำกัดนี้ไปได้

กระนั้นเองหนังของตู้ฉีฟงเรื่องนี้ไม่ได้พาเราไปเจอแต่เรื่องในระดับพวกหัวหน้าเท่านั้น แต่ยังพาเราไปดูมุมมองเรื่องนี้ในสายตาของพวกลูกน้องด้วย เช่น จิมมี่ที่ทำงานในระดับล่างให้กับหัวหน้าแก๊งเก่าแก่คนหนึ่ง แต่เขากลับรู้สึกว่า ไม้เท้าไม่ควรจะอยู่ในมือของทั้งสองคน แต่ต้องยอมไปเพราะ เขาเป็นฝุ่นที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าดู พร้อม ๆ กับฉายภาพความไร้สาระของระบบที่ชื่อว่า ความซื่อสัตย์เอาไว้ว่า มันก็แค่วาทกรรมหลอกคนไปตายแทนก็แค่นั้นเอง

ดังนั้นหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นหนังมาเฟียที่ฆ่ากันน้อยมาก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอำมหิตเลือดเย็นและความไม่น่าว่างใจกันอย่างเต็มเปี่ยม จึงไม่แปลกที่นี่คือ หนึ่งในงานที่น่าจดจำของตู้ฉีฟงที่สาวกหนังฮ่องกงจะต้องหามาดูให้ได้ครับ