ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง Sam Chuk (2009) สามชุก เต็มเรื่อง

ดูหนัง Sam Chuk (2009) สามชุก เต็มเรื่อง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังดราม่า

เรื่องย่อ : ดูหนัง Sam Chuk (2009) สามชุก เต็มเรื่อง

ดูหนัง Sam Chuk (2009) สามชุก เต็มเรื่อง

 

 

เรื่องย่อ : Sam Chuk (2009) สามชุก

ท่ามกลางปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วทุกท้องที่ของประเทศ รวมถึงชุมชนเล็ก ๆ อย่างอำเภอสามชุก เด็กนักเรียน 7 คน ที่ชีวิตกำลังอยู่ในวัยสดใส สนุกสนาน มีความฝันและความรัก แต่วันนี้พวกเขาต่างต้องเผชิญกับปัญหา โดยแต่ละคนไม่สามารถหาทางออกได้ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พวกเขากำลังตกนรกทั้งเป็นด้วยการถลำลึกไปกับวังวนของยาเสพติด สังคมรุมประณามเด็กที่กำลังหลงทาง ครูธรรมดาคนหนึ่งกล้าที่จะลุกขึ้นประกาศกับสังคมว่าเด็กทั้ง 7 เป็นเพียงเหยื่อของความเสื่อมในสังคมเท่านั้น ครูผู้นี้ได้ ต่อสู้เคียงข้าง และพยายามเข้าถึงปัญหาของเด็กแต่ละคน ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะนำพาเด็กทั้ง 7 คนลุกขึ้นยืนได้ใหม่อีกครั้ง
นี่คือการตีแผ่เรื่องจริงในซอกมุมเล็ก ๆ มุมหนึ่งในสังคมไทย ของครูกับลูกศิษย์อีก 7 คน ที่ปลุกกระแสชุมชนให้ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เนื่องจากพิษภัยของมันนั้นมหาศาลนัก นอกจากทำให้ผู้เสพได้รับความทุกข์ทรมานแล้ว ยังเป็นที่มาของการก่ออาชญากรรมขั้นรุนแรงด้วย

IMDB : tt1916726

คะแนน : 5.9

รับชม : 44 ครั้ง

เล่น : 8 ครั้ง

ป้ายกำกับ : หนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ , ดูหนังออนไลน์ฟรี , ดูหนังออนไลน์ฟรีเต็มเรื่อง



 

ชื่อเต็ม ๆ ของหนังเรื่องนี้ คือ "สามชุก ขอเพียงโอกาสอีกสักครั้ง"

ผมว่าหนังไทยหลายเรื่องประสบปัญหากับการตั้งชื่อหนัง ไม่ใช่ว่าตั้งได้ไม่ดีนะครับ แต่คนดูหนังบ้านเรามีวัฒนธรรมที่การเลือกดูหนังจาก "หน้าหนัง" และ "ชื่อหนัง"

ซึ่งชื่อหนังเนี่ย ต้องถือว่าได้รับอิทธิพลมาจากการที่เวลาหนังฝรั่งและหนังฮ่องกงเข้าไทย ต้องคิดชื่อหนังในเวอร์ั่ชั่นไทยให้อลังการหรือตลก ๆ เข้าว่า

พวกคำประเภท มหันตภัยล้างโลก อภิมหาอึดทะลวงโลก โคตรคนมหากาฬ ฯลฯ ประมาณนี้ ทั้ง ๆ ที่ชื่อหนังฝรั่งอาจมีแค่คำสองคำก็ได้

ดังนั้นถ้าหนังเรื่องนี้จะตั้งชื่อว่า "สามชุก" ส่วนประโยคหลังนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก แล้วจะไม่มีคนเข้าไปดูก็คงไม่แปลก เพราะ "โหมโรง" ก็เคยโดนมาแล้ว

ทั้ง ๆ ที่ดู ๆ กันแล้วชื่อหนังต่างประเทศเชย ๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น "Notting Hill" นี่ชื่อถนน "Wall Street" ชื่อตลาดหุ้น "Titanic" นี่ก็เรือ "Up" ขึ้น "Cars" รถหลายคัน "Ghost" ผี "300" .......แต่หนังพวกนี้ก็ประสบความสำเร็จทางรายได้ได้ไม่ยาก

แต่ต้องยอมรับด้วยว่าหน้าหนังของ "สามชุก" เป็นของแสลงที่คนดูหนังไทยเพื่อความบันเทิงมักหลีกเลี่ยง และปฏิเสธ หนังประเภทที่ทำเหมือนกับว่าสร้างมาเพื่อสั่งสอน แล้วยิ่งได้กระทรวงอะไรต่อมิอะไรออกมารับรองด้วยแล้ว ยิ่งกลายเป็นข้อเสียที่ทำให้คนไม่ไปดูหนังเรื่องนี้เ้ข้าไปใหญ่

หลายคนไม่อยากเสียเวลาเข้าไปนั่งดูหนัง 2 ช.ม. เพื่อจะรับสาส์นที่หนังตั้งธงไว้มาสอนเราว่า ไอ้นั่นไม่ดี ไอ้โน่นไม่ดีนะ คนส่วนใหญ่อยากไปดูหนังเพื่อความบันเทิง

นี่แหละหนังเรื่องนี้จึงถูกมองข้ามไป

แต่ผมอยากบอกว่า "สามชุก ขอเพียงโอกาสอีกสักครั้ง" เป็นหนังที่ไม่ใช่้แค่ให้ข้อคิดดี ๆ แ่ต่หนังก็ดูสนุกด้วย และที่สำคัญหนังสร้างมาแบบเข้าใจคน


หนังเปิดเรื่องด้วยการบอกให้เราทราบว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง"

สามชุก ฯ เป็นเรื่องราวของนักเรียนม.ปลาย 7 คน ในชุมชนเล็ก ๆ ของอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่อยู่ในช่วงเวลาหัวเลี้่ยวหัวต่อของชีวิต พวกเขาต่างมีปัญหาชีิวิตที่แตกต่างกันไป บางคนก็มีปัญหาทางบ้าน พ่อติดเหล้า หรือพ่อไม่เข้าใจ คาดหวังในตัวเขาสูงเกินไป บางคนก็ขาดความรักไม่มีพ่อแม่คอยดูแล บางคนมีปัญหาส่วนตัว ถูกเพื่อนแกล้ง บางคนต้องทำงานหนักตื่นแต่เช้าเข้านอนดึก เพื่อหาเงินช่วยที่บ้าน แต่พวกเขาก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน มีชีวิตที่สนุกสนานตามวัย และมีคนรักที่ดี


แต่ยาเสพติด หรือถ้าเจาะจงให้แคบลงก็คือ "ยาบ้า" ก็เข้ามาสู่ชุมชนแห่งนี้ และพวกเขาเหล่านี้ก็ตกเป็นเหยื่อของมัน ด้วยเหตุผลของแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือพวกเขากำลังได้รับผลจากการเข้าไปยุ่งกับมันด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อถลำลึกลงไป ชีวิตเขาก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น จะพยายามกลับตัว ที่ยืนในสังคมก็หาได้ยาก เพราะคนมากมายต่างรุมประนาม

ครูพินิจเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนสามชุก เขาเป็นครูธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่สิ่งที่ต่างออกไป คือ ครูพินิจ มีจิตวิญญาณความเป็น "ครู" ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากในครูทั่ว ๆ ไป

เขาลุกขึ้นช่วยเหลือ และออกหน้ารับ ขอโอกาสให้เด็กเหล่านี้อีกสักครั้ง เพราะเขาเชื่อว่า เด็กเหล่านี้เป็นเพียงแค่เหยื่อไม่ใช่เนื้อร้ายของสังคม คนรอบข้างต้องช่วยกันรับผิดชอบ เพราะสังคมอ่อนแอ ยาบ้าถึงเข้ามาถึงเด็กเหล่านี้ได้ เด็กเหล่านี้เพียงแค่โชคร้ายกว่าเด็กคนอื่น ๆ เท่านั้นที่เจอกับมันก่อน


ผลงานการกำกับของ ธนิตย์ จิตนุกูล หรือ คุณปื๊ด ผู้กำกับที่มีประสบการณ์การทำงานยาวนาน เรื่องนี้ สร้างจากเหตุการณ์จริงของครูกับลูกศิษย์อีก 7 คน ที่ช่วยปลุกกระแสของชุมชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ทำสงครามกับยาเสพติด

ชีวิตของเด็ก 7 คนนี้รอดพ้นกับจุดจบอันน่าเศร้าได้ เพราะมีครูคนหนึ่งที่เขาไม่หมดหวังกับชีวิตของลูกศิษย์ และได้ลงมือทำอย่างเต็มกำลังเท่าที่เขาจะทำได้ สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้กลับมาเป็นสิ่งยิ่งใหญ่และมีคุณค่าสำหรับชีวิตของคนที่เป็นครูอย่างแท้จริง

ส่ิงที่เป็นข้อดีของหนังเรื่องนี้ คือ เป็นหนังที่สร้างแบบจริงใจดี แม้อาจจะดูเชยไปบ้าง งานเทคนิคการสร้างไม่ได้อลังการ และดูแล้วไม่ใช่ว่าฝีมือของผกก.ไม่ถึง เพราะขึ้นชื่อ ปื๊ด ธนิตย์ จิตนุกูล แล้ว ฝีมือน่ะมีแน่นอน แต่คุณปื๊ดเลือกที่จะนำเสนอออกมาแบบเรียบ ๆ เหมือนหนังชนบทมากกว่า หนังให้อารมณ์หนังไทยแบบเดิม ไม่มีกล้องดอลลี่ หรือแพนภาพมุมกล้องจากบนเครน ซึ่งทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้ได้เข้าถึงบรรยากาศชนบทได้มากกว่า


นักแสดงของเรื่องส่วนใหญ่เป็นมือใหม่ทั้งนั้น ยกเว้นคุณปรเมศร์ น้อยอ่ำ ที่รับบทครูพินิจ ตัวเอกของเรื่องที่เคยมีผลงานจากบอดี้ ศพ 19 มาก่อน กับคุณศิริวิมล เรขา ที่รับบทอ.สมฤดี อาจารย์แนะแนวของโรงเรียน


ที่เหลือเป็นนักแสดงมือสมัครเล่นทั้งนั้น โดยเฉพาะนักแสดงเด็กหลัก ๆ ทั้ง 10 คน คือกลุ่มเด็กผู้ชาย 7 คน และเด็กผู้หญิง 3 คน ต่างเป็นเด็กในพื้นที่ทั้งนั้น

ซึ่งนี่ทำให้ผมประัทับใจหนังเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะความเป็นคนเชื้อสายสุพรรณ (พ่อแม่เป็นคนบางปลาม้า) ของผม ทำให้ผมฟังสำเนียงสุพรรณในเรื่องนี้ได้อย่างรื่นหู

เพราะบอกได้เลยว่าหนังที่มีตัวละครคนสุพรรณแทบทุกเรื่อง ไม่เคยพูดสำเนียงสุพรรณตรงตามสำเนียงจริง ๆ เลย เป็นสำเนียงที่พยายามดัดให้เหน่อ ดูเทียบได้จากบุญชูทุกภาคที่ผ่าน

และที่สำคัญทุก ๆ คนก็เล่นได้อย่างดีและเป็นธรรมชาิติ แม้บางจังหวะที่ยังไม่สามารถปล่อยบทพูดบางประโยคให้ไหลรื่นได้ แต่โดยรวมแล้วทุกคนต่างรับผิดชอบบทของตัวเองได้เป็นอย่างดี และทำให้คนดูอย่างเราเชื่อได้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนรักกัน

จังหวะล้อเล่น แกล้งกัน หรือจังหวะแสดงออกทางอารมณ์ก็ทำได้ดี


น้อง ๆ ผู้หญิงก็เล่นได้น่ารัก จนบางทีผมยังแอบคิดว่าอุตส่าห์มีแฟนดี และน่ารักอย่างนี้ ยังจะไปติดยาอีก อันนี้แค่คิดเล่น ๆ นะครับ เพราะชีวิตจริง ๆ มันเ้ป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะคำว่า "ยาเสพติด" แปลว่า ยาที่เสพแล้วติด นั่นเอง



ตัวแสดงที่แสดงเป็นพ่อแม่ของเด็ก ๆ ทุกคนก็สอบผ่านกันทุกคน ต่างรับผิดชอบแคแรกเตอร์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ในบรรดาทั้งหมดนี้มีคุณแม่เล็ก ซึ่งเ้ป็นแม่ของคุณตั๊ก บงกชแสดงอยู่ด้วย เนื่องจากเธอเป็นคนสุพรรณบุรีแต่กำเนิดด้วย ก็ลองสังเกตุกันเอาเองนะครับ

สรุปแล้วการแสดงของตัวละครทุกตัวในเรื่อง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก รวม ๆ แล้วที่มีบทบาทกัน อย่างน้อย ๆ ก็ร่วม 20 คนเข้าไปแล้ว ถือว่าทำได้ดีกันแทบทุกคน ซึ่งสำหรับผมต้องบอกว่าเทียบกับประสบการณ์การแสดงและจำนวนคนที่มาก ต้องถือว่าทำได้ดีจนน่าประทับใจ และบทก็ถูกกระจายอย่างทั่วถึง แม้ว่าบางตอนจะมีการเจาะไปที่แต่ละคนแต่ละครอบครัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังน่าเบื่อแต่อย่างใด

ตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้ ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และคนที่แคสติ้งนักแสดงมา


ข้อด้อยของหนังเรื่องคือ หนังอาจจะมีการเล่าเรื่องที่เชยไปซักหน่อย หนังมีช่วงเวลาที่ต้องการจะบอกเล่าให้เราทราบว่าแต่ละคนมายุ่งเกี่ยวกับ "ยาบ้า" ได้อย่างไร ก็เลยหาทางออกให้โดยการให้ครูพินิจจับเด็กมานั่งล้อมวงกัน แล้วไล่ถามทีละคนว่า "แล้วนายล่ะมาติดยากได้ยัีงไง" แล้วหนังก็แฟลชแบ็คให้เราเห็น แล้วก็กลับมาเปลี่ยนคนไปทีละลำดับ

ตรงนั้นเราอาจจะดูไปแล้วก็อาจจะรู้สึกได้ว่า "เชยจังว่ะ" แต่หนังก็ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใด

บางฉากของหนังอาจจะมีช่วงเวลาบังคับของหนังประเภทนี้ คือต้องมีตอนที่ตัวละครต้องพูดบางสิ่งที่เป็นสารสำคัญที่หนังต้องการจะบอกกับผู้ชมออกมา ซึ่งอาจจะทำให้เรารู้สึกว่าจงใจอยู่บ้าง แต่สำหรับผมก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับภาพรวม


แต่ในทั้งหมดเหล่านี้ข้อดีที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ เข้าใจคน

หนังนำเสนอให้เห็นว่าชีวิตคนเราทุกคนต่างมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป เราไม่สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้คนคนหนึ่งด้วยวิธีหนึ่งแล้วเอารูปแบบวิธีนั้นไปใช้กับอีกคนหนึ่งได้

ในเรื่องเราจะเห็นว่าทุก ๆ คนที่ติดยา ต่างมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป และถ้าจะช่วยเขาได้ก็ต้องเข้าใจและให้โอกาส

เห็นได้ชัดว่าทีมงานทำรีเสิร์จมาอย่างดี และพยายามนำเสนอเนื้อหาหนังที่เกี่ยวกับผลเสียของยาเสพติดอย่างครบถ้วนรอบด้าน หนังไม่ได้ทำให้เห็นแค่ว่าติดยาไม่ดีอย่างไร แล้วต้องเลิกนะ คนที่จะช่วยต้องเข้าใจและทุ่มเทนะ แต่หนังได้บอกด้วยว่าเมื่อคุณดำิเนินชีวิตผิดพลาด คุณก็ต้องรับผลของมัน ถ้าคุณจะกลับมาก็ต้องอดทนและต่อสู้กับมัน และเตรียมตัวรับผลจากการถูกคนรอบข้างไม่ยอมรับด้วย

แฟร์ดีครับ


หนังเกี่ยวกับครูที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักสร้างจากเรื่องจริง หรือไม่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง อย่าง Dead Poet Society , Dangerious Mind , The Chorus , Mr.Holland's Opus หรือหนังไทยอย่างเรื่อง ครูบ้่านนอก ครูไหวใจร้าย เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วสร้างออกมามักสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ไม่ยาก

เพราะทุกคนเคยเป็นนักเรียนมาก่อน ในช่วงชีวิตหนึ่ง เราเคยถูกสั่งสอนจากคนเป็นครูทั้งนั้น

สมัยก่อนอาชีิพครูเป็นอาชีพมีเกียรติ เป็นอาชีพที่คนมาเป็นมักเป็นคนที่มีความตั้งใจอยากเป็นเรือจ้างที่พานักเรียนข้ามไปถึงฝั่งฝัน เป็นอาชีิพที่น่าภาคภูมิใจ

ไปถามคนรุ่น 30-50 ปี ดูได้ว่าครูที่เขาจดจำได้เป็นครูคนไหน ส่วนใหญ่ทุกคนจะจำครูที่เข้มงวดและใส่ใจสั่งสอนชีวิตเรามากกว่าครูที่เพียงแค่สอนวิชาความรู็เท่านั้น

และหลายคนยอมรับเลยว่า ที่เป็นคนอย่างทุกวันนี้ได้ เพราะไม้่เรียวของครู


สำหรับผม ผมรู้สึกว่าครูพินิจเป็นครูธรรมดา ๆ ที่มีหัวใจความเป็นครูเท่านั้นเอง ผมชอบที่เขาไม่ได้เ้ป็นครูที่เต็มไปด้วยปรัชญา หลายครั้งเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำยังไง จะพูด จะสั่งสอนเด็กเหล่านี้ยังไงให้เข้าใจได้จริง ๆ แต่เขาไม่ยอมไม่แพ้กับมัน ไม่หมดหวัง ตอนที่เขาช่วยเหลือลูกศิษย์ที่พ่อติดเหล้า ด้วยการไปขอร้องให้ร้านเหล้าที่รู้จักกันไม่ขายเหล้าให้ แล้วร้านเหล้าบอกว่าทำอย่างนี้จะได้่ผลเหรอ เขาบอก "ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ก็ทำได้เท่าที่ทำ"

เป็นคนประเภทที่แม้ทำได้แค่นิดเดียว แต่ขอให้ได้ทำมากกว่าไม่ทำอะไรเลย แค่นี้ก็พอแล้ว

แม้คนรอบข้างจะบอกว่าสิ่งที่เขาทำไม่มีประโยชน์หรอก แม้กระทั่งคนที่มีอาชีพครูด้วยกันยังพูดอย่างนั้น แต่ครูพินิจก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ


สุดท้ายหนังก็จบด้วยการที่มีตัวละครหนึ่งถามว่าอาจารย์ทำอย่างนี้ได้ยังไง ครูพินิจตอบว่า " ก็เพราะชั้นเป็นครูพวกมันน่ะสิ

สำหรับผมมันจริงใจดี ไม่ต้องปรุงแต่งและเป็นเหตุผลง่าย ๆ ให้ทำสิ่งยาก ๆ ได้

ชอบมากครับ ให้ 8/10 คะแนน