ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

The Peanut Butter Falcon คู่ซ่าบ้าล่าฝัน (2019)

The Peanut Butter Falcon คู่ซ่าบ้าล่าฝัน (2019) - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังผจญภัย , หนังตลก , หนังดราม่า

เรื่องย่อ : The Peanut Butter Falcon คู่ซ่าบ้าล่าฝัน (2019)

ชื่อภาพยนตร์ : The Peanut Butter Falcon  คู่ซ่าบ้าล่าฝัน  (2019)
แนว/ประเภท : ผจญภัย, ตลก, ชีวิต
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Tyler Nilson, Michael Schwartz
บทภาพยนตร์ : Tyler Nilson, Michael Schwartz
นักแสดง : Zack Gottsagen,   Ann Owens,   Dakota Johnson
 

 

พบการเดินทางหาความฝัน ในโลกที่ไม่สมประกอบของสองเพื่อนซี้คู่ซ่า การคืนฟอร์มครั้งสำคัญของ Shia LaBeouf จาก Transformers และ Fury  ทายเลอร์คนจรหมอนหมิ่นที่หนีคดีความมา และได้พบกับเด็กหนุ่มดาวน์ซินโดรมที่หนีออกจากสถานดูแล  เพราะใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยปล้ำอาชีพที่มีชื่อเสียง ทำให้ทั้งคู่ได้ออกผจญภัยร่วมกันระหว่างทางทั้งคู่ได้พบกับพยาบาลสาวแสนน่ารักชื่ออีเล็นเนอร์ ที่พยายามตามหาเด็กหนุ่มให้กลับไปยังสถานดูแลผู้ป่วยแต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องออกร่วมผจญภัยไปกับทั้งคู่บนแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ด้วยกัน เพื่อไปยังโรงเรียนสอนมวยปล้ำ  ที่ดูแลโดยอดีตนักมวยปล้ำตามที่เด็กดาวน์ซินโดรมตั้งใจไว้!!!

 

Shia LaBeouf และ Zack Gottsagen ที่กลายเป็นคู่ซี้นอกจอกันจริง ๆ

 

Dakota Johnson และ Shia LaBeouf

IMDB : tt4364194

คะแนน : 7.7

รับชม : 3707 ครั้ง

เล่น : 1830 ครั้ง



 

The Peanut Butter Falcon (2019) คู่ซ่าบ้าล่าฝัน

ถือเป็นหนัง Road Movie ม้ามืดที่ถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะการเป็นโพรเจ็กต์ที่นำนักแสดงดาวน์ซินโดรมจริง ๆ มาเป็นตัวละครหลัก โดยมีที่มาจากการที่สองผู้กำกับอย่าง Tyler Nilson และ Michael Schwartz ไปค้นพบ Zack Gottsagen จากการเข้าค่ายนักแสดงพิการ ซึ่งหนุ่ม Zack มีไฟอยากเป็นนักแสดงมาก ถือเป็นโจทย์ท้าทายและเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจหลัก ๆ ที่หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นได้เลย

The Peanut Butter Falcon เป็นเรื่องราวของ Zack เด็กดาวน์ซินโดรมที่เดินตามหาฝันอยากเป็นนักมวยปล้ำ หลังจากได้แรงบันดาลใจจากวีดิโอมวยปล้ำเก่า ๆ ที่เขาได้ดูในสถานดูแล จนมาวันหนึ่ง Zack ก็หลบหนีออกมาได้สำเร็จในสภาพเปลือยเปล่าเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว เขาออกตามหาไอดอลในวงการมวยปล้ำที่ชื่อ the Salt Water Redneck (Thomas Haden Church) ที่เขาเห็นในวีดิโอตั้งแต่เด็ก ๆ และต้องการจะเรียนมวยปล้ำเพื่อไปเป็นนักมวยปล้ำอาชีพให้ได้ แม้ว่าตัวเองจะเป็นเด็กพิเศษก็ตาม ซึ่งแรงบันดาลใจตรงนี้ก็ปรับแต่งจากชีวิตจริงของ Zack ที้อยากเป็นนักแสดงฮอลลีวูดนั่นเอง

และที่น่าสนใจก็คือ การได้แคสต์ทั้ง Shia LaBeouf ที่กลับมารับงานอีกครั้งหลังจากที่เราแทบจะไม่ได้เห็นเขาเลย นอกเหนือจากข่าวแย่ ๆ ในช่วงหลัง ๆ จากปัญหาชีวิตของเขา โดยเขากลับมารับบทเป็น Tyler คนจรจัดที่หนีคดีความมาหางานก๊อกแก๊กแถบท่าเรือ และจับrลัดจับผลูต้องมาร่วมเดินทางข้ามแม่น้ำมิสซิสซิปปี้กับ Zack ไปด้วย ซึ่งด้วยลุคเซอร์จัด ๆ เถื่อน ๆ รุงรัง ๆ ของ Shia ในเรื่องนี้ กลับ contrast กับคาแรกเตอร์ของ Zack แล้วลงตัวเกินคาด หลายคนเคยมองเขาว่ามีจุดบอดตรง ‘หน้าเด็ก’ ไปหน่อย กับตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่มาก ๆ แต่กับเรื่องนี้ลงตัวดีกับเขามาก (บท Tyler ละม้ายคล้ายกับหนังเรื่อง Holes) ผมชอบบทของทั้ง Shia และ Dakota ถูกเกลี่ยออกมาพอดี ไม่โดดเด่นเกินหน้าหนุ่ม Zack ที่เป็นหัวใจหลักของหนังเรื่องนี้

ความน่าสนใจของหนังแนวนี้จะอยู่ที่เหตุการณ์ระหว่างทางที่พาไปยังจุดพีค ซึ่งตลอดการเดินทางตั้งแต่ช่วงที่ Elenor (Dakota Johnson) เข้ามาเติมเต็มสีสันให้พาร์ตหลัก (นางดาเมจแรงมากก-โดนตกง่าย ๆ ไม่รู้ตัว…ฮา) ไปจนถึงการปรากฏตัวของตัวละครบางตัวที่พลิกอารมณ์ของหนังได้วูบวาบ และชวนลุ้นได้กำลังดี แถมอีกชุดที่ชอบคือการสอดแทรกมุกตลกให้ได้ฮาอยู่เรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

บทสรุปของ The Peanut Butter Falcon ถือเป็นหนังที่กลมกล่อมและเป็นธรรมชาติดีตั้งแต่บทยันเคมีนักแสดง ให้อินเนอร์ราวกับว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ ระหว่างทางที่ทั้ง 3 เดินทางไปยังโรงเรียนสอนมวยปล้ำนั้น เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่หนังเลือกนำมาทดสอบความสัมพันธ์ และการเดินเรื่องให้คนดูออกไปเป็นผู้สังเกตเห็นพัฒนาการ การเรียนรู้แง่มุมของกันและกันในชีวิต ซึ่งต้องชมเลยว่าสิ่งที่ Zack แสดงออกมานั้นมันทำให้หนังทรงพลังขึ้นมาก ๆ แถมสะท้อนจิตใจของมนุษย์ลึก ๆ ว่า หากทุกคนมีความเมตตา อะลุ่มอล่วย ให้พื้นที่สำหรับความผิดพลาดกันและกัน โลกจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ เหมือนที่เรามองและแสดงออกกับเด็กพิเศษ เพราะใจเราโฟกัสไปที่ทำความเข้าใจกับเขามากกว่ามองเอาความต้องการตัวเองเป็นศูนย์กลาง

และเมสเซจที่ทรงพลังที่สุดของเรื่องเลยก็คือ ครอบครัว ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ลูกที่มาจากเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน แต่หากอยู่กับสังคมไหนแล้ว ได้ดูแลกัน จุนเจือกัน พร้อมจะเข้าใจกัน และอดทนผ่านเรื่องหนัก ๆ ไปด้วยกันได้ นั่นก็เรียกว่าเป็นครอบครัวแล้วเหมือนกัน