ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

15 ค่ำ เดือน 11 Mekhong Full Moon Party (2002)

15 ค่ำ เดือน 11 Mekhong Full Moon Party (2002) - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังตลก , หนังดราม่า , หนังไทย

เรื่องย่อ : 15 ค่ำ เดือน 11 Mekhong Full Moon Party (2002)

ชื่อภาพยนตร์ : 15 ค่ำ เดือน 11 (Mekhong Full Moon Party (2002)
แนว/ประเภท : Comedy,  Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Jira Maligool
บทภาพยนตร์ : Jira Maligool
นักแสดง : Thidarat Chareonchaichana,   Noppadol Duangporn,   Boonchai Limathibul
วันที่ออกฉาย : 11 October 2002

 

คืนออกพรรษาที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน ๆ ในโลกเพราะที่นี่ คือ ริมฝั่งโขง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย หลังพระอาทิตย์ตกดิน ผู้คนที่ไหน ๆ พากันเข้าบ้าน กินข้าว พูดคุย ดูโทรทัศน์ หลับนอน แต่ที่นี่ คนนับหมื่นนับแสนแห่แหนกันมานั่งรอ ยืนรอ นอนรอ อยู่ริมตลิ่ง สองตามองจ้องจับอยู่ที่กลางแม่น้ำบังคับกล้ามเนื้อตาว่าอย่ากระพริบ เพราะวินาทีไหนก็ไม่รู้ ลูกไฟสีแดงส้มขนาดเท่าไข่ไก่จะผุดขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ตกตะลึงพรึงเพริดและหายวับไปในเวลาเพียง 2-3 วินาที ลูกเด็กเล็กแดง คนหนุ่มสาวต่างร้อง เฮ!

 

อย่างกับเชียร์บอล เมื่อลูกไฟพิศวงพุ่งขึ้นตรงนั้นตรงนี้นับสิบนับร้อยตลอดลำน้ำ ส่วนคนเฒ่าคนแก่พากันร้องสาธุ การณ์เป็นอย่างนี้ หลายสิบปีดีดักมาแล้ว ลูกไฟพิศวงนี้มาจากไหน มันคืออะไร ไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ คุณศรัทธาในสิ่งใด คุณมีเหตุผลไหม

ขณะนี้ผู้คนบนฝั่งไทย กำลังโห่ร้องยินดีกับบั้งไฟพญานาค ไอ้คานหนุ่มโพนพิสัย กำลังกระโดดตบมือแบบกิ๊ฟมีไฟฟ์อย่างกับนักบาสเอ็นบีเอ กับหลวงพ่อโล่ห์ ณ วัดลาว ต่างลิงโลดกับวีรกรรมร่วมกัน วีรกรรมดำน้ำลงไปฝังลูกบั้งไฟดิบใต้ลำน้ำโขงก่อนคืนออกพรรษา ส่วนหมอนรติ ประจำโรงพยาบาลหนองคายนั้นเล่าก็กำลังเฝ้ารวบรวมหลักฐานเพื่อสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าลูกไฟนี้เกิดจากการหมักหมมของซากพืชซากสัตว์ ใต้ลำน้ำโขงก่อตัวเย็นก้อนก๊าซถูกดูดให้ลอยขึ้นเหนือพื้นน้ำโดยดวงจันทร์และเกิดปฏิกิริยาสันดาบกับโอโซนในอากาศ ส่วน ด๊อกเตอร์สุรพล แห่งภาควิชาเทคโนธรณี ม.ขอนแก่น ก็ออกมาชูจักกะแร้ ค้านทุกอย่างที่หมอนรติเชื่อ ก็แม่น้ำโขงไหลเชี่ยวออกอย่างนั้น ซากอะไรจะไปสะสม ส่วนก้อนก๊าซจะเกิดได้เล่าโขงต้องหยุดไหล 5 วัน และมีอุณหภูมิเลยจุดเดือดไป 526 องศา สำหรับด๊อกเตอร์ลูกไฟนี้เป็นฝีมือมนุษย์แน่นอน ขณะที่ครูใหญ่ แม้จะสอนวิชาคณิตศาสตร์มาทั้งชีวิต แต่ความเป็นคนหนองคาย รักหนองคาย ทำให้เขาไม่อยากรู้เลยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และหากมีอะไรสักอย่างที่ครูทำโดยไม่ได้ขอรับเงินเดือนหลวงล่ะก็ สิ่งนั้นคือหยุดยั้งพวกชอบพิสูจน์ให้เด็ดขาด

คืนออกพรรษาคืนนี้อาจเหมือนหรืออาจไม่เหมือนคืนออกพรรษาปีก่อน...เพราะปีนี้ คานทำคอแข็ง ตาแข็ง และเสียงแข็งบอกหลวงพ่อโล่ห์ว่า "ปีนี้เราเลิกเถอะครับหลวงพ่อ"

 

15 ค่ำ เดือน 11 (2002) – RAREMEAT BLOG

 

IMDB : tt0352575

คะแนน : 7.3

รับชม : 265 ครั้ง

เล่น : 80 ครั้ง



 

ถึงคราช่วงเทศกาลออกพรรษาทีไร เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ต้องนึกไปถึงบรรยากาศจากหนัง "15 ค่ำเดือน 11" หนังไทยที่มาพร้อมกับสโลแกนคำพูดที่ว่า ‘เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ’ กระทั่งกลายเป็นคำฮิตคุ้นหูคนไทยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 ปีที่หนังเรื่องนี้ออกฉาย (11 ตุลาคม) ณ ขณะนั้นต้องบอกว่า "15 ค่ำเดือน 11" ผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกจากฝีมือของ "เก้ง จิระ มะลิกุล" ผู้ซึ่งกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของค่ายหนัง "จีทีเอช" เรื่องนี้ได้สร้างประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง "บั้งไฟพญานาค" ให้กลายเป็นเป็นกระแสขึ้นมาชนิดที่ว่าแทบจะไม่เคยมีมาก่อน

โดยสาเหตุสำคัญก็มาจากการที่หนังดำเนินเรื่องไปบนข้อถกเถียงที่ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร? นั่นเอง
ทั้งนี้ในบรรดานักแสดงหลักๆ ของหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นครูหมอลำชื่อดัง "นพดล ดวงพร" (ณรงค์ พงษ์ภาพ) ที่รับบท "หลวงพ่อโล่ห์", โอ อนุชิต - คาน, สมชาย ศักดิกุล - ดร.สุรพล, บุญศรี ยินดี - ป้าออง ฯ หลายคนอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าหนังเรื่องนี้ยังมีนักแสดงอีกคนหนึ่งที่จะว่าไปแล้วเธอมีสถานะเป็นถึงนางเอกเสียด้วยไป
 

 

"จะเรียกว่านางเอกมันคงไม่ได้นะ คือจริงๆ ถ้านอกจากป้าแล้ว ที่ถูกเลย ต้องบอกว่าเราเป็นผู้หญิงคนเดียวของหนังที่ค่อนข้างจะมีบทกว่าตัวละครคนอื่นๆ มากกว่าน่ะ (หัวเราะ)"


คำบอกเล่าอย่างอารมณ์ดีจาก "ตี้ ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ" เจ้าของบทบาท "ครูอลิศ" ในหนัง "15 ค่ำเดือน 11" ที่ "บันเทิง ออนไลน์" ขอถือโอกาสช่วงเทศกาลออกพรรษาแวะเวียนมาเยือนอีกครั้งพาไปอัพเดตชีวิตของเจ้าตัวว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากหนังเรื่องนี้ผ่านกาลเวลามานานกว่า 13 ปีแล้ว

"จริงๆ ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าจะมาเล่นหนังอะไรเลย ที่เล่นก็เพราะพี่เก้งซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่จุฬาฯ มาชวน ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าไม่ได้คิดอะไรเลย (หัวเราะ) พอพี่เก้งมาชวนก็ตอบตกลงทันที ก็ถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกและเรื่องเดียวค่ะ ไม่ได้แสดงเรื่องอื่นๆ อีกเลย"

"ส่วนอาชีพหน้าที่การงาน ตอนนี้ก็คือเป็นนักแปลค่ะ เขียนเกี่ยวกับวรรณกรรมเยาวชน เมื่อก่อนก็แปลหนังสือไปพร้อมๆ กับงานดีเจ (คลื่น 103.5 FM One) แต่ตอนนี้งานดีเจไม่ได้ทำแล้ว หยุดมาประมาณ 3 ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเป็นนักแปลเต็มตัวค่ะ"

ส่วนเรื่องครอบครัวนับตั้งแต่วิวาห์กับแฟนหนุ่มรุ่นพี่แวดวงนักเขียน "ต้อง พัลลภ สินธุ์เจริญ" เจ้าของนามปากกา "บัวไร" ที่คบหากันมานานกว่า 10 ปีในปีถัดมาหลังจากที่หนัง 15 ค่ำเดือน 11 เข้าฉาย ซึ่งจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่มีทายาทสืบสกุลแต่อย่างใด

"เอาจริงๆ คงไม่มีแล้วแหละค่ะ (เพราะอะไร?) ไม่อยากน่ะค่ะ (หัวเราะ) คือเราเป็นคนที่กลัวการมีลูกมาก เพราะว่าเป็นคนที่คิดเยอะ คิดมาก กลัวว่ามีแล้วจะเลี้ยงเขาได้ไม่ดี จะพาเขามาลำบาก คุณแม่ก็จะบอกว่าคิดมาก ซึ่งเราก็คิดมากจริงๆ ไง (หัวเราะ) เพราะอย่างที่บอกเป็นคนขี้กลัว กลัวนั่นกลัวนี่"

"อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะเราอาจจะมีโลกส่วนตัวสูงด้วย เป็นคนที่ชอบอยากอยู่เงียบๆ แต่คือรักเด็กนะคะ ชอบเล่นกับเด็กๆ เพราะทั้งเราและสามีก็ทำงานเกี่ยวกับเด็กๆ อยู่แล้ว อย่างเราก็เขียนวรรณกรรมเกี่ยวกับเด็ก สามีก็เป็นนักเล่านิทาน"

"เลยคิดกันว่าตรงนี้เราทำให้เด็กหลายๆ คนมีความสุขแล้วก็กระจายๆ กันไป เพราะฉะนั้นบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องมีเองก็ได้ ตอนนี้ก็ช่วยเลี้ยงลูกพี่สาวค่ะ"

บอกเป็นประเพณีประจำปีไปแล้วที่พอถึงวันออกพรรษาทีไรก็จะเพื่อนๆ มาแซวที

"เหมือนเป็นประเพณีไปแล้วค่ะ พอถึงออกพรรษาเพื่อนๆ ที่รู้จักสนิทๆ กันก็จะเข้ามาแซวที ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างคุณครูอลิศ อย่างปีนี้ก็มีแซวกันขำๆ ในเฟซบ้างอะไรบ้าง ก็ดีนะคะ คือส่วนหนึ่งที่คนนึกถึงก็อาจจะเป็นเพราะในทีวีเองพอถึงช่วงออกพรรษาทีพวกเคเบิลทีวีก็จะเอาหนังมาฉายที"

"ก็เห็นฉายกันเกือบทุกปีนะคะ (หัวเราะ) คนก็เลยอาจจะยังจำกันได้ ก็ดีค่ะ เพราะตัวหนังเองก็ค่อนข้างจะให้อะไรกับคนดูเยอะทีเดียว..."