ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

Hold the Dark โฮลด์ เดอะ ดาร์ก (2018) [ บรรยายไทย ]

Hold the Dark  โฮลด์ เดอะ ดาร์ก  (2018) [ บรรยายไทย ] - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังดราม่า , หนังสยองขวัญ , หนังแอคชั่น , หนัง Netflix

เรื่องย่อ : Hold the Dark โฮลด์ เดอะ ดาร์ก (2018) [ บรรยายไทย ]

ชื่อภาพยนตร์ : Hold the Dark  โฮลด์ เดอะ ดาร์ก  (2018)
แนว/ประเภท : Action,   Drama,  Horror
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Jeremy Saulnier
บทภาพยนตร์ : Macon Blair,  William Giraldi
นักแสดง : Jeffrey Wright,  Alexander Skarsgård,  James Badge Dale
วันที่ออกฉาย : 28 September 2018

 

 

Hold The Dark (2018) "หิมะ หมาป่า อาถรรพ์ และความตาย" หนังสุดโหดต้นฉบับจากเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังครอบครัวที่เด็กควรดู แม้ตัวอย่างหนังจะบอกผู้ชมว่า ผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียลูกเพราะหมาป่า เธอจึงเขียนจดหมายเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านมาจัดการ เธอต้องการคำตอบก่อนที่สามีของเธอจะกลับมา

Film Review - Hold the Dark (2018) | MovieBabble

IMDB : tt5057140

คะแนน : 5.6

รับชม : 1364 ครั้ง

เล่น : 319 ครั้ง



 
สิ่งที่เราชอบในหนังเรื่องนี้คือ ปมปริศนาต่าง ๆ ที่หนังทิ้งไว้ให้คนดูหาคำตอบและปะติดปะต่อเอง โดยมีการให้คำใบ้ผ่านคำพูดหรือการกระทำบางอย่างของตัวละคร รวมถึงภาพที่ใส่เข้ามา และเราก็ต้องเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาเชื่อมกันเอง ยอมรับเลยว่าตอนดูจบก็ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่พอได้อ่านการวิเคราะห์จากแหล่งอื่น ๆ ก็พบบางจุดที่เราพลาดไป ซึ่งพอกลับมาคิดก็ทำให้เราอึ้งเหมือนกัน
.จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือความสมจริงในการเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบทสนทนา การใช้ภาพ ซึ่งมีฉากเลือดสาดเยอะมาก (เพราะมีฉากยิงและฆ่ากันเยอะ) แต่เป็นการเลือดสาดที่ดูจริง ไม่เหมือนละครหรือหนังบ้านเราที่เวลาโดนยิงต้องร้อง เอื้อ แล้วตัวสั่น ๆ ส่าย ๆ ก่อนล้มลงไป
.ชอบการใส่ตัวละครเข้ามาในเรื่องมาก แบ่งบทบาทตัวละครหลักได้ดี มีหลอกคนดูบ้าง ว่าใครเป็นยังไง ส่วนตัวละครเสริมในเรื่องนี้มีบทบาทมากกับการเชื่อมต่อและเติมเต็มเรื่องราวงานโปรดักชันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพที่ค่อนข้างเนี้ยบ หรือเรื่องเสียงที่ช่วยบิลด์อารมณ์ในฉากที่ต้องบิลด์ได้ค่อนข้างดี โดยรวมของหนังเรื่องนี้ถือว่าโอเคเลยนะ เราชอบตรงที่ดูจบแล้วมีอะไรให้คิดต่อ หนังพยายามบอกเบาะแสหลาย ๆ อย่าง โดยที่ไม่บอกเรื่องราวทั้งหมดตรง ๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยโทนหนังที่ค่อนข้างนิ่งและชวนง่วงนิดนึง เป็นหนังที่ซ่อนความเป็นจิตวิทยาอยู่ภายใต้ความเชื่อของคนอีกด้วย ซึ่งเราอาจไม่รู้เลยว่า เรื่องที่เขาเล่าต่อ ๆ กันมานั้น เรื่องไหนเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง