ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

Day Of The Dead: Bloodline วันนรกเดือด มฤตยูซอมบี้สยอง (2018)

Day Of The Dead: Bloodline วันนรกเดือด มฤตยูซอมบี้สยอง (2018) - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังสยองขวัญ

เรื่องย่อ : Day Of The Dead: Bloodline วันนรกเดือด มฤตยูซอมบี้สยอง (2018)

ชื่อภาพยนตร์ : Day Of The Dead: Bloodline วันนรกเดือด มฤตยูซอมบี้สยอง (2018)
แนว/ประเภท : Horror
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Hèctor Hernández Vicens
บทภาพยนตร์ : Mark Tonderai,  Lars Jacobson
นักแสดง : Sophie Skelton,  Johnathon Schaech,  Jeff Gum
วันที่ออกฉาย : 5 January 2018
 
 
 
"โซอี้" นักศึกษาแพทย์สาว ได้พบเจอกับการระบาดของไวรัสประหลาดที่ทำให้ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ (ผีตายซาก) ด้วยตาตัวเอง ซึ่ง 5 ปีต่อมา เธอก็กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่หลังบังเกอร์กับเหล่าผู้รอดชีวิตคนอื่น โดยมีกลุ่มทหารเป็นกลุ่มที่คอยควบคุมดูแลความปลอดภัยและรักษาระเบียบต่าง ๆ การดำเนินชีวิตก็เป็นไปตามอัตภาพ จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีซอมบี้ที่ดูราวกับว่ามีความคิดและสติปัญญาปรากฏตัวขึ้นมา(!?)
 
Review: Day of the Dead: Bloodline Doesn't Really Help Sell the ...

IMDB : tt3053228

คะแนน : 3.4

รับชม : 260 ครั้ง

เล่น : 120 ครั้ง



 

Day Of The Dead: Bloodline

บริบทในเรื่องนี้จะกล่าวถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่ก็จะมีกล่าวถึงโลกในวงกว้างที่ต้องเจอกับการระบาดของไวรัส และจะเน้นในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ การนำความรู้เดิมของเหล่าตัวละครมาใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ความร่วมมือ มิตรภาพ และการมองหาแสงสว่างที่สุดปลายทางของเหล่าผู้รอดชีีวิต

โซอี้ นักศึกษาแพทย์สาวผู้มากความสามารถและมีความรอบคอบ เธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ได้มีโอกาสมาหลบอยู่ในบังเกอร์ของเหล่าทหาร หญิงสาวคอยทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บมากมายหลายคน ทว่า การรักษาก็มีขีดจำกัดเพราะทรัพยากรยาที่มีนั้นไม่เพียงพอ

ต้องบอกก่อนเลย ว่าตอนแรกกะจะดูหนังซอมบี้เก่า ๆ เรื่องหนึ่งสัญชาติเกาหลีซ้ำอีกครั้งเพื่อนำมาเขียนรีวิว แต่สุดท้ายก็เกิดรู้สึกเบื่อ ๆ ครั้นจะไปดูซีรีย์ซอมบี้เรื่องหนึ่งที่ดูค้างไว้แล้วหยุดไปหลายเดือนแล้วก็เบื่อเช่นกัน สุดท้ายก็เลยมาลงตัวที่เรื่อง Day of the Dead นี่ละค่ะ ด้วยความที่ผู้เขียนอยากจะดูหนังแนวนี้อยู่แล้ว (และเคยดูมาหลายเรื่องมาก) เลยอยากจะหาอะไรที่มันสั้น ๆ แล้วก็อยากจะดูด้วยความท้าทายว่ามันจะมีใครที่คิดพล็อตซอมบี้ที่แหวกแนวมาได้อีกแค่ไหน

เรื่องนี้ เริ่มต้นมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเรื่องการดึงให้ผู้ชม(อย่างตัวผู้เขียน)อินและเข้าถึงเหล่าตัวละครได้ง่ายมาก เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ดำเนินเรื่องกระชับฉับไวมากถึงมากที่สุด ที่สำคัญคือ...มีบางฉากตั้งแต่ช่วงเริ่มเรื่องที่ทำให้ผู้เขียนเกิดความรู้สึกขยะแขยงจนต้องเอามือขึ้นมาปิดปากได้ (โดยส่วนตัวแล้ว มีไม่กี่เรื่องที่ทำให้มือของผู้เขียนขยับขึ้นมาปิดปากตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ทำได้) คือมันดูสกปรกดูน่าขยะแขยงทีเดียวละค่ะ

แล้วต่อมา การ skip time ข้ามช่วงเวลาไปถึง 5 ปี ก็ทำให้ผู้เขียนประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะไม่เคยมีเรื่องไหนที่ให้เวลาผ่านไปทีเดียวขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ เดินเรื่องจากจุดเริ่มต้นเลยมากกว่า...แต่การที่ข้ามเวลาไปเช่นนั้น ก็ทำให้เนื้อเรื่องมันดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้ไวดี แล้วก็มีอะไรที่ดูมั่นคงในระดับหนึ่ง...ทีนี้ มันก็จะยังมีบางฉากบางตอนที่ถือว่าเป็น A must (สิ่งที่ต้องมี) ของพล็อตประเภทเอาชีวิตรอดแบบนี้ เช่น ยารักษาโรคหมด ซึ่งผู้รอดชีวิตก็ต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ หรืออย่างเรื่องธรรมด๊าธรรมดาอย่างการที่ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ การจะได้อะไรมาก็ต้องเสียบางสิ่งบางอย่างเพื่อแลกไปด้วย...แม้จะรู้อยู่แล้ว แต่มันก็อดที่จะอินไปกับเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะบางฉากก็ไม่นึกจริง ๆ ว่ามันจะมีอุปสรรคขนาดนั้น ซึ่งตรงนี้ต้องขอชมเพราะแม้จะมีจุดที่เกร่ออยู่บ้าง แต่เรื่องนี้ก็สามารถตีแผ่ในอีกแง่และสอดแทรกความเป็นมนุษย์ที่มีหลากหลายความคิดและอารมณ์ลงไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวละครที่มีความคิดถึงแม่ คิดถึงครอบครัว หรือตัวละคนที่มีความคลางแคลงใจ เป็นต้น


สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีความ 'แตกต่าง' เห็นจะเป็นการชูซอมบี้ขึ้นมา ซึ่งเรื่องอื่นนั้น เท่าที่ผู้เขียนได้เคยดูมา ยังไม่เคยเห็นแนวนี้มาก่อน (ผู้เขียนเคยดูหลายเรื่อง เช่น I am Legend, I am a hero, Train to Busan, Resident Evil, World War Z, The Walking Dead) เรื่องนี้ชูซอมบี้ขึ้นมาเด่นมากจริง ๆ แล้วก็เอาไปผสานกับวิทยาศาสตร์ได้ค่อนข้างลงตัว (แม้ว่าจะยังมีบางจุดที่ผู้เขียนมองว่า ถ้าลงลึกหรือบอกรายละเอียดชัดเจนกว่านี้ได้จะดีมากก็ตาม) มันเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยคิดมาก่อน และทำให้ผู้เขียนเข้าใจในตอนหลังว่าทำไม Poster หรือหน้าปกของหนังเรื่องนี้ถึงเป็นภาพนั้น

นอกจากนี้ สิ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือตัวละครที่เดาทางไม่ออกว่าคนไหนจะตายหรือไม่ตายยังไง เพราะตอนแรก ผู้เขียนค่อนข้างมั่นใจว่าคนนี้ต้องตายตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแน่นอน (หนังมีประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง) แต่ปรากฏว่าอึดกว่าที่คิด ในขณะที่บางคนนั้น คิดว่าน่าจะตายยาก แต่บทจะตายก็ตายซะงั้น แล้วบทของบางตัวละคร ที่คิดว่าเป็นแค่ตัวประกอบที่จะโผล่มาวับ ๆ แวม ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าได้บทเด่น!! มันจะมีอะไรที่คอยเดาคอยลุ้นอยู่ตลอด การถ่ายทำและมุมกล้องก็ดีทีเดียว ไม่ได้มีการหมุนไปมาจนน่าเวียนหัว ไม่ได้มีการทำให้สะดุ้งโหยงแต่ก็สามารถทำให้ระทึกอยู่ในใจได้...ชอบทีเดียวค่ะ

สรุปนะคะ ถ้าใครได้ดูแนวซอมบี้มาหลายแนวและค่อนข้างแตกต่างกันดังเช่นตัวผู้เขียนแล้วรู้สึกอยากดูอีก ผู้เขียนแนะนำให้ลองดูเรื่องนี้สุดใจเลยค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบแนวเลือดสาดหรือสูญเสีย ผู้เขียนก็คิดว่าพอดูได้อยู่นะคะ เพราะผู้เขียนชอบตอนจบทีเดียว...คิดว่าจบได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ