ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

ดูหนัง 24 Hours to Live 24 ชั่วโมง จับเวลาฝ่าตาย (2017) เต็มเรื่อง

ดูหนัง 24 Hours to Live 24 ชั่วโมง จับเวลาฝ่าตาย (2017) เต็มเรื่อง - เว็บดูหนังดีดี ดูหนังออนไลน์ 2020 หนังใหม่ชนโรง
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังแอคชั่น , หนังวิทยาศาสตร์ Sci-fi , หนังระทึกขวัญ

เรื่องย่อ : ดูหนัง 24 Hours to Live 24 ชั่วโมง จับเวลาฝ่าตาย (2017) เต็มเรื่อง

ดูหนัง 24 Hours to Live 24 ชั่วโมง จับเวลาฝ่าตาย (2017) เต็มเรื่อง

 

 

 24 Hours to Live เล่าเรื่องราวของ ทราวิส (รับบทโดย อีธาน ฮอว์ค) เจ้าหน้าที่สายลับของรัฐบาล ที่ฟื้นขึ้นมาบนเตียงผ่าตัดพร้อมกับนาฬิกานับถอยหลังฝังอยู่บนแขน เขามีเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเพื่อทำภารกิจก่อนที่ยาพิษในร่างกายจะออกฤทธิ์ แต่แทนที่จะทำตามคำสั่ง ทราวิส เลือกที่จะตามล่าหาตัวการ ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์บู๊นองเลือดของบรรดาสายลับทั้งหลายตามมา

IMDB : tt5442456

คะแนน : 5.7

รับชม : 143 ครั้ง

เล่น : 66 ครั้ง



24 Hours to Live 24 ชั่วโมง จับเวลาฝ่าตาย

ประเดิมปีใหม่ด้วยหนังแอคชั่นพลอตล้ำ ๆ ว่าด้วยสายลับนักฆ่านาม ทรวิส คอนราด (อีธาน ฮอว์ก) ที่ถูกปลุกชีพกลับมาด้วยเทคโนโลยีผิดศีลธรรมขององค์กรลับ ที่เวลาชีวิตที่เหลือแสนสั้นของเขาจะถูกแสดงและนับถอยหลังไว้บนแขน โดยมีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงก่อนที่จะตายอีกครั้ง เขามีทางเลือกกับเวลาชีวิตที่เหลือคือกลับไปทำภารกิจให้จบ สืบหาความจริงถึงภารกิจที่ทำให้เขาต้องตาย หรือกลับไปปิดบัญชีทุกคนที่เขามีความแค้น ด้วยพลอตที่ได้กลิ่นหนังอย่าง Crank (2006) และ In Time (2011) แต่ดูดุดันเข้มข้นในแบบทางแอคชั่นจริงจัง ก็ทำให้หนังเรื่องนี้ดูแตกต่างน่าสนใจขึ้นมา

โดยเฉพาะเมื่อว่าหนังกลับเล่นประเด็นดราม่าได้ถึงใจมาก การที่ตัวละครเอกมีเวลาเหลืออย่างจำกัดและไม่มีทางรอดแน่ ๆ เมื่อเวลาหมดลง ทำให้ทุกการตัดสินใจของเขาดูเปี่ยมด้วยพลังดราม่า การแสดงของอีธาน ฮอว์กที่รับบทนำก็ถ่ายทอดด้านเศร้าและเจ็บปวดนี้ได้อย่างดี หนังยังใส่รายละเอียดแบบระเบิดเวลาที่ไม่เพียงมีเวลาจำกัดแต่ผลข้างเคียงยังทำให้เขาเห็นภาพหลอนถึงลูกเมียที่ตายไปก่อนหน้า ก็ยิ่งทำให้เราได้ลุ้นกับตัวเอกมากขึ้นแม้ว่าเขาจะเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬเพียงใดก็ตาม

หนังเป็นผลงานกำกับของ ไบรอัน สแมริซ ที่คอหนังน่าจะไม่คุ้นชื่อ เพราะเขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังแอคชั่นในฐานะสตันท์ และผู้ช่วยผู้กำกับมายาวนานนั่นเอง ถ้าพูดชื่อหนังอย่าง Mission: Impossible II (2000) หรือหนังอย่าง Rise of the Planet of the Apes (2011) และ X-Men: Days of Future Past (2014) ก็ล้วนเป็นผลงานช่วยกำกับของเขาทั้งสิ้น ยิ่งมาได้ทีมสร้าง John Wick หนังแอคชั่นสุดมันแห่งยุคมาเป็นแบ็คอัพให้ในคราวนี้ด้วย ยิ่งเสริมให้สแมริซโชว์ของได้อย่างใจทีเดียว ตรงนี้เห็นชัดจากแนวแอคชั่นแบบรุนแรง ยิงแสกกบาล หนักแน่นแต่ละนัดคือชัดว่าตาย โหดสมกับที่เคยทำให้คีอานูรีฟกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง



อีธาน ฮอว์ก กลับมาในงานแอคชั่นอีกครั้งหลังล่าสุดเราเพิ่งยลฝีมือไปใน The Magnificent Seven (2016) และเป็นตัวร้ายสุดเจิดใน Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) แม้ส่วนตัวจะติดภาพเขาในแบบหน้าหงอยกับบทผู้ชายดราม่าอย่างในหนังตระกูล Before ทั้ง 3 ภาคของ ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์ มากกว่า แต่ในแนวแอคชั่นดราม่าก็ยังเป็นของถนัดเขาเช่นกัน ทำให้ดูไม่ขัดเขินนัก ฝั่งตัวร้ายได้ เลียม คันนิ่งแฮม หรือ เซอร์ดาวอส จากซีรีส์ Game of Throne มารับบท เวตสเลอร์ ก็ถือว่าดูโหดเหี้ยมมีความลึกลับได้อารมณ์ดี และที่ต้องชมอีกคนคือตัวร้ายลูกคู่ที่ได้ พอล แอนเดอร์สัน มารับบทเพื่อนรักที่ต้องจำใจเก็บเพื่อนตัวเองอย่าง จิม ก็ทำให้หนังมีแรงขับดราม่าทั้งฝั่งพระเอกและตัวร้ายทีเดียว

ว่ากันตามตรงหนังทุนสร้างจีนนั้น เท่าที่เคยดูมาสู้จะออกมารสประหลาด ๆ ไม่สุดสักทางจนสุดท้ายกลายเป็นเละเทะอยู่หลายเรื่อง แต่กลับเรื่องนี้ที่ว่าถึงไม่ได้ดีเลิศจนทำให้ อีธาน ฮอว์ก กลายเป็นสุดยอดสตาร์สายบู๊ เพราะตัวบทขาดรายละเอียดขยี้ให้สุดอารมณ์ขาดใจอย่างที่ควรเป็น อย่างเรื่องขององค์กรลึกลับที่พระเอกเคยสังกัดนั้นก็ให้บทเบาบางจนเราไม่อินจัดถึงความยิ่งใหญ่และเป็นนักบุญจอมปลอมของมัน ทั้งในตัวเนื้อหาก็ยังมีช่องโหว่เล็กน้อยรายทางตลอดทั้งเรื่อง เช่นความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับตำรวจสาวที่รวบรัดตัดความ หรือการตายโง่ ๆ ที่มีให้เห็นบ้าง

แต่ทว่าด้วยเส้นเรื่องที่แข็งแรง ฉากแอคชั่นที่ดูสนุก ภาพมุมกล้องที่ดึงดูดสายตา ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังแอคชั่นที่ดูเพลิน ดูมันเกินกว่าที่คาดหวังไว้ อยู่ในหมวดที่อาจไม่ถึงกับเรียกร้องให้ต้องรีบไปดูในโรงวันแรกสัปดาห์แรก แต่ถ้าว่าง ๆ หยิบมาดูก็เพลินจนจบและอาจชอบมากกว่าที่คิด เป็นอีกหนึ่งหนังที่แนะนำสำหรับคอแอคชันตัวจริงครับ