ดูหนังออนไลน์

ค้นหาหนัง

A Family Man อะแฟมิลี่แมน ชื่อนี้ใครก็รัก (2016) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

A Family Man อะแฟมิลี่แมน ชื่อนี้ใครก็รัก (2016)
Youtube Video

หมวดหมู่ : หนังดราม่า

เรื่องย่อ : A Family Man อะแฟมิลี่แมน ชื่อนี้ใครก็รัก (2016) [พากย์ไทย บรรยายไทย]

ชื่อภาพยนตร์ : A Family Man อะแฟมิลี่แมน ชื่อนี้ใครก็รัก
แนว/ประเภท : Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Mark Williams
บทภาพยนตร์ : Bill Dubuque,  Gretchen Mol
นักแสดง : Gretchen Mol,  Alison Brie,  Anupam Kher
วันที่ออกฉาย : 28 July 2017
 
 
 
 

DaneJensen(เจอราร์ด บัตเลอร์)เป็นheadhunterของบริษัทจัดหางานที่ใหญ่ที่สุดแห่ง หน่ึงในชิคาโก เมื่อเจ้านายของเขาประกาศการเกษียณอายุ เขาผู้เป็นตัว เกร็งที่จะข้ึนแทนเจ้านาย แต่มีคู่ต่อสู้ท่ีน่ากลัวอย่าง Lynn Wilson (Alison Brie) ซึ่งถือว่าเธอมีคุณสมบัติเท่าเทียมกับเขา อย่างน่ากลัวในระหว่างการต่อสู้เพื่อควบคุมบริษัท อย่างมืออาชีพ เขาได้รับรู้ว่าลูกชายวัย 10 ขวบ ของเขาไรอัน(แม็กซ์ เจนกินส์)เป็นโรคมะเร็งทันใดนั้นเองเขาเหมือนถูกตรึงและต้องเลือก ระหว่างการก้าวไปให้ถึงความฝันที่เป็นมืออาชีพ กับครอบครัวที่กำลังต้องการเขามากที่สุด

A FAMILY MAN: A Life Changing Diagnosis | Film Inquiry

IMDB : tt1718924

คะแนน : 6.5

รับชม : 195 ครั้ง

เล่น : 26 ครั้ง



 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้ A Family Man น่าสนใจในแรกเห็นคือการพูดถึงอาชีพนายหน้าจัดหางานที่หนังถ่ายทอดออกมาไม่ต่างจากหนังโบรคเกอร์ค้าหุ้นอย่าง Wall Street (1987) หรือ Boiler Room (2000) คือมีทั้งด้านมืดอย่างการโกงอายุในใบสมัครเพื่อทำยอดหรือการล็อบบี้สลับผู้สมัครที่อายุน้อยกว่าให้ลูกค้าแทน ซึ่งการนำเสนอเรื่องราวในส่วนการชิงดีชิงเด่นในที่ทำงานดูจะโดดเด่นเหนือกว่าประเด็นดราม่าครอบครัวเสียอีก เพราะในที่ทำงานเอง เดน ก็ต้องสู้รบปรบมือกับ ลีน โวเกล (อลิสัน บรี) นายหน้าสาวที่ทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง และยังต้องคอยพิสูจน์ตนเองให้ เอ็ด แบล็คริดจ์ (วิลเลม เดโฟ) เจ้านายหน้าเลือดเห็นคุณค่าของเขา ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้สามารถครองพื้นที่ของหนังกว่า 60% เลยทีเดียว แต่พอหนังต้องตัดสลับไปเล่าเรื่องราวของครอบครัวก็ทำให้อารมณ์ทริลเลอร์จากการชิงดีชิงเด่นในที่ทำงานอ่อนแรงไปเพื่อหลีกทางให้หนังได้เล่าเรื่องราวคุณค่าของครอบครัวที่ เดน หันหลังมานานแทน


อลิสัน บรี ในบท ลีน โวเกล

 

เกรตเชน โมล ในบท เอลลีส


ดราม่าครอบครัวที่เกือบจะดี

    อันที่จริงแล้วการเปิดเรื่องด้วยการชิงดีชิงเด่นในที่ทำงานน่าจะเป็นการช่วยปูข้อมูลตัวละคร เดน เจนเซ่น ได้ดีว่าเขาต้องทำงานหนักแค่ไหนในการหาเลี้ยงครอบครัวจนถึงขั้นต้องทำบาปทำกรรมอะไรไว้บ้าง เพื่อที่หนังจะได้ขยี้ปมความผิดบาปของเขาหลังหนังดำเนินมาถึงเหตุการณ์ที่ไรอันป่วยหนัก แต่ปัญหาคือกว่าเราจะได้รับรู้ปมปัญหาครอบครัวของเดนก็ปาไปเกือบครึ่งเรื่อง มิหนำซ้ำดราม่าผัวเมียระหว่าง เดน กับ เอลลีส (เกรตเชน โมล) ก็ดูจะจบง่ายเพราะฝ่ายหญิงมักแพ้เสน่ห์ของผัวที่หาเลี้ยงครอบครัวจนทำให้ตัวละครอย่าง เอลลีส ที่น่าจะอยู่ฝั่งแม่ผู้เห็นค่าของเวลาครอบครัวดูมีเพาเวอร์ในการเรียกความเห็นใจของผู้ชมน้อยไปโดยปริยาย ยังดีที่ความไร้เดียงสาของ ไรอัน สามารถเรียกคะแนนสงสารจากผู้ชมจนทำให้ซีนสำรวจตึกระหว่างเขากับพ่อน่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว รวมถึงการสร้างซีนที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร โดยซีนที่โดดเด่นมากคือตอน เอลลีส ไปที่โรงเรียนแล้วพยายามเคลียร์กองทิชชู่ที่เพื่อนนักเรียนนำมาวางบนโต๊ะไรอันเสมือนว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ที่น่าจะสะเทือนใจเหล่ามนุษย์แม่ได้จังๆเลยทีเดียว


อัลเฟรด โมลีนา ในบท ลู วีลเลอร์        

เมื่อศาสนากลายเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง

    แม้ตัวหนังจะไม่ได้พูดถึงศาสนาแบบโต้งๆ แต่ก็มีหลายช่วงตอนที่บทสนทนาสามารถเปิดเปลือยความคิดของตัวละครได้ดี ทั้งการที่ไรอันบอกว่าตนเชื่อในพระเจ้าแต่เดนกลับเชื่อในฝีมือตนเองว่าเป็นคนสร้างสรรพสิ่งให้ครอบครัวและการทำงานหนักเท่านั้นจึงจะเห็นผล เรียกง่ายๆว่าหนังต้องการสั่งสอนตัวละคร เดน เจนเซ่นส์ ชายผู้ไร้ศรัทธาให้เชื่อในการแก้ไขบาปของตน ถึงขั้นมีซับพลอตว่าด้วย ลู วีลเลอร์ (อัลเฟรด โมลีนา) ผู้สมัครงานอาวุโสถูก เดน หลอกใช้เพื่อล็อบบี้เอาคนที่อายุน้อยกว่าให้ลูกค้าเพื่อกินค่านายหน้า เพื่อรอให้เขาแก้ไขในความผิดของตนหลังเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือแม้กระทั่งให้คุณหมอ ซิงห์ (อนุพาม เคอห์) ที่นับถือ ซิกข์ มาเทศนาธรรมเรื่องกรรมกันแบบขายตรงเลยทีเดียว ซึ่งจะว่าไปแล้ว A Family Man ก็มีข้อดีอีกอย่างคือการใช้ศาสนาที่ไม่จำกัดเฉพาะศาสนาคริสต์มาเป็นกลไกการเปลี่ยนแปลงของตัวละครได้เป็นอย่างดี


วิลเลม เดโฟ ในบท เอ็ด แบล็คริดจ์

 


      สำหรับ เจอราด บัตเลอร์ แอ็คชั่นสตาร์ที่คนดูคงคุ้นตาในบทสร้างชื่ออย่างกษัตริย์ลีโอไนดัสจาก 300 (2006)  หรือ บทบอดี้การ์ดเลือดเดือดใน Olympus Has Fallen (2013) ดังนั้นการข้ามสายจากบู๊จากดราม่าของเขาเลยน่าจับตามองไม่น้อย แม้จะมีจุดแปร่งๆอย่างฉากออกกำลังกายกับ ไรอัน ที่เหมือน กษัตริย์ลีโอไนดัส มาเลี้ยงลูกให้เป็นนักรบไปหน่อยก็ตาม แต่ในภาพรวม บัตเลอร์ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือทางการแสดงที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนเล่นละครเวทีที่ลอนดอนออกมาให้ประจักษ์ทั้งความผิดบาปจากการปล้นโอกาสของคนดีๆหรือพ่อผู้พยายามทำทุกอย่างเพื่อไถ่บาปขอเพียงได้ลูกกลับคืนมาก็สามารถเรียกน้ำตาผู้ชมได้เป็นอย่างดี ส่วนนักแสดงสมทบก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กันทั้ง เกรตเชน โมล จากซีรีส์ Boardwalk Empire (2010-2014) ในบท เอลลีส ที่ระเบิดพลังการแสดงในซีนเคลียร์ทิชชู่บนโต๊ะลูกชายที่โรงเรียนจนคนดูต้องเสียน้ำตาหรือ อลิสัน บรี จากซีรีส์ GLOW (2017) ทาง Netflix ที่เปล่งประกายเสน่ห์ในบท ลีน โวเกล นายหน้าสาวเลือดเดือดคู่แข่งของเดน ส่วนรุ่นเก๋า อย่าง วิลเลม เดโฟ และ อัลเฟรด โมลีนา ก็ทำหน้าที่ได้ดีตามมาตรฐาน และที่ขาดไม่ได้คือการแสดงระดับเรียกน้ำตาของรุ่นเล็กอย่าง แม็กซ์ เจนกินส์ ในบทไรอัน ลูกชายผู้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย